THG เชื่อผู้ถือหุ้นไฟเขียวเพิ่มทุนวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ให้กลุ่ม RAM ใส่เงินกว่า 5 พันล้านบาท ซื้อ PP ราคา 8.65 บาท และใส่เพิ่มตามสิทธิ RO ที่ 5 บาท และยังมีรายย่อยพร้อมใช้สิทธิอีก 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าได้เม็ดเงินเพิ่มทุนรวม 6 พันล้านบาท ใช้หนี้สถาบันการเงินทั้งสั้น-ยาว ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้กว่า 300 ล้านบาทต่อปี เสริมสภาพคล่อง ทุนหมุนเวียน และฟื้นความเชื่อมั่นเจ้าหนี้ นักลงทุน ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท EBITD 19-20% นายภูมิพัฒน์ ฉัตรนรเศรษฐ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยว่า บริษัทกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 เพื่อพิจารณาวาระการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 941,686,960 บาท จากทุนเดิมจำนวน 847,467,400 บาท เป็นทุนใหม่จำนวน 1,789,154,360 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวนไม่เกิน 430,500,000 หุ้น ให้แก่ บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งสัดส่วน 24.59% ในราคาหุ้นละ 8.65 บาท มูลค่าทั้งสิ้น 3,723,825,000 บาท ส่วนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือจำนวน 511,186,960 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) อัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 2 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาหุ้นละ 5.00 บาท 
ส่งผลให้ RAM ถือหุ้นทั้งสิ้น 49.99% ของทุนเรียกชำระแล้ว ข้ามจุด 25% จึงมีหน้าที่ทำคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด แต่ขอผ่อนผันโดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (Whitewash) ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ไม่นับรวมการออกเสียงของผู้ขอผ่อนผันและบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (Concert Party)
ทั้งนี้คาดว่าผู้ถือหุ้นเดิมส่วนใหญ่มั่นใจจะตัดสินใจใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ราคาขายที่ 5.00 บาท เป็นราคาที่น่าสนใจเพราะเป็นราคาที่ให้ส่วนลดจากราคาตลาดปัจจุบันค่อนข้างมาก และบริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นวนาสินเดิม ปัจจุบันยังมีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 8% แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเงิน และสถานภาพส่วน บุคคลคาดว่าโอกาสจะเข้ามาใช้สิทธิเพิ่มทุนถือว่ายาก และสัดส่วนหุ้นน่าจะไดลูทลงอัตโนมัติหลังเพิ่มทุน (สัดส่วนการถือหุ้นลดลง) นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า จะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้เพียงพอ แบ่งเป็นการชำระหนี้สถาบันการเงินระยะสั้น 4,000 ล้านบาท และหนี้ระยะยาว อีกประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายจะปรับลดลงกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง มีกระแสเงินเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อนำไปขยายการลงทุนและ/หรือจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น " กระแสเงินสดที่เข้ามาจะส่งผลดีทั้งแง่สภาพคล่อง และสถานะทางการเงินที่จะแข็งแรงขึ้นพร้อมๆ กับเป็นเครดิตที่จะทำให้สถาบันการเงินกลับมาสนับสนุนวงเงินอีกครั้ง ในระดับวงเงิน 5,000 ล้านบาท หลังจากมีปัญหาเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ถูกระงับวงเงิน" นายภูมิพัฒน์ กล่าว ส่วนหลังจากการชำระหนี้และการปรับโครงสร้างทางการเงินแล้ว จะทำให้อัตราส่วนหนี้สินทั้งหมดต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจาก 1.53 เท่า ลดลงเหลือ 0.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจาก 1.21 เท่า ลดลงเหลือ 0.28 เท่า เชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของบริษัทกลับคืนมาได้ ทั้งนี้บริษัทมีหนี้สินโดยรวมทุกประเภทเท่ากับ 9,605 ล้านบาท บางส่วนราว 1,700 ล้านบาท เป็นพันธบัตรซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องโรลโอเวอร์ในระยะอันใกล้นี้ สำหรับประโยชน์จากการเข้ามาของกลุ่ม RAM ถือว่าเป็นพันมิตรที่ลงตัว ทั้งในแง่ทำเลที่ตั้งที่ไม่ซ้อนทับกัน มีกลุ่มลูกค้าหลักต่างกัน แต่จะช่วยเสริมศักยภาพได้ทั้งการเงิน องค์ความรู้ ทรัพยากร และอำนาจต่อรองการสั่งซื้อ ยา เวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์ ขณะที่การเข้ามาเพิ่มทุนในขณะนี้ RAM คาดว่าหลังเพิ่มทุนเสร็จจะส่งตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการ แต่อย่างไรก็ดียังมีอำนาจบริหารน้อยกว่ากลุ่มกรรมการปัจจุบัน และไม่มีการแสดงเจตนาจะเข้ามาครอบงำการบริหารในขณะนี้ นอกจากนี้ THG จะพยายามปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย โดยการนำเทคโนโลยีมายกระดับงานบริการทั้งเชิงคุณภาพ และความเร็ว ภายใต้แบรนด์เดิมที่จะยังไม่เปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่า กรณี นายแพทย์บุญ วนาสน จะไม่ส่งผลเชิงลบต่อธุรกิจของบริษัท ** ตั้งเป้าปีนี้ทำรายได้ 10,000 ล้านบาท - EBITDA 19-20% ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2568 คาดว่า จะทำได้ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 9,611.96 ล้านบาท และมี EBITDA ที่ระดับ 19-20% ซึ่งบริษัทจะไม่มีตั้งด้อยค่าความเสียหายใดเพิ่มเติม และในระยะยาวระยะ 2-3 ปี บางส่วนมีโอกาสบันทึกรับรู้กลับได้เช่น โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ และ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ที่มีมูลค่ารวมกัน 2,800 ล้านบาท สำหรับโครงการจิณณ์ ฯ THG กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษานำพื้นที่ว่างบริเวณโครงการฯ มาใช้ อาทิ การทำโรงเรียนนานาชาติหรือคอมมอดิตี้มอลล์ ในวงเงินลงทุนราว 200-300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะวางแผนชัดเจนหลังเพิ่มทุนสำเร็จ ด้านแผนขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักจะยังมีต่อเนื่อง คาดว่าจะขายออกช่วงปลายปีนี้ ได้แก่ ที่ดินเปล่าบนเกาะสมุยมูลค่า 2,000 ล้านบาท
|