เปิดมุมมองแบงก์ชาติต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน, ไขข้อข้องใจ CBDC พร้อมอัปเดตแผน เลื่อนโครงการนำร่องออกไปปลายปีหน้า ย้ำสนับสนุนบล็อกเชน, CBDC เต็มที่ มองจะเข้ามายกระดับระบบทางการเงินประเทศไทยไปขึ้นอีกขั้น แต่ยืนยันไม่สนับสนุนใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าและบริการ จากการพูดคุยในหัวข้อ “มุมมองของ ธปท. ต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน และเงินสกุลดิจิทัล (CBDC)” วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ได้มีการพูดถึงประเด็นหลักใน 2 หัวข้อ คือ 1. เทคโนโลยีบล็อกเชน และ 2. CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลโดยธนาคารกลาง ต่อเนื่องจากการพูดคุยครั้งก่อนในเรื่องมุมมองต่อการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางการชำระเงิน ข่าวที่เกี่ยวข้อง… ธปท.จ่อคุมคริปโทซื้อสินค้า-ไม่ปิดทางแบงก์ลงทุน แต่ห้ามกระทบฐานะการเงิน ***มุมมองแบงก์ชาติ ต่อเทคโนโลยี ‘บล็อกเชน’ ในภาพรวมแล้ว ทาง ธปท. ได้แสดงความคิดเห็นไปใน ‘ทิศทางบวก’ ต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมองว่าบล็อกเชนนั้นมีจุดเด่นในเรื่องของการกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานมากกว่าระบบที่มีศูนย์กลาง (Centralized) และยังเป็นการทำให้ทุกๆ คนได้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบดังกล่าวอีกด้วย “ซึ่ง [บล็อกเชน] เป็นสิ่งที่ทางแบงก์ชาติเราได้ให้การสนับสนุน แล้วก็พยายามส่งเสริมมากๆ อย่างที่ผ่านมา” ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายระบบการชำระเงิน ธปท. ระบุในการพูดคุย ทั้งนี้ ‘ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ’ ก็ยกตัวอย่างการสนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชนของทาง ธปท. ขึ้นมา โดยชี้ไปถึงโครงการ ‘Regulatory sandbox’ ที่เปิดให้ผู้ให้บริการต่างๆ ที่ต้องการการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทดลองใช้กับระบบทางการเงิน ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนเองก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ถูกนำมาใช้งานใน Sandbox ดังกล่าว รวมไปถึงยังยกตัวอย่างโครงการ ‘DLT Scripless Bond’ ที่เป็นการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อทำการออกพันธบัตรรัฐบาล ที่ทำให้กระบวนการออกพันธบัตรจากเดิมต้องใช้เวลาถึง 15 วัน ลดระยะเวลาลงมาเหลือเพียง 2 วันได้ พร้อมกับยังได้พูดถึงประโยชน์ต่างๆ ของเทคโนโลยีบล็อกเชน อย่างการเป็นเครือข่ายที่สามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้อย่างลื่นไหล, ความโปร่งใส เชื่อถือได้, การใช้เพื่อทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่า และรวดเร็วกว่า เป็นต้น ***CBDC คืออะไร แตกต่างจาก Digital Asset อื่นๆ อย่างไร ทาง ธปท. ได้หยิบยกเรื่องของ CBDC มาอธิบายอีกครั้งเพื่อคลายข้อสงสัยต่อประชาชน ว่ามีความแตกต่างจากเงินบาท หรือสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีอื่นๆ อย่างไร โดยได้ชี้ให้เห็นว่า CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางนั้น ‘เหมือนกับเงินสดทุกประการ’ ทั้งในเรื่องของมูลค่าที่คงที่, ความน่าเชื่อในการเป็นเงินบาท ฯลฯ เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบจากธนบัตรมาเป็นรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น แต่เหนือไปอีกขั้นโดยการที่ CBDC ยังมาพร้อมกับความสามารถในการ ‘ตั้งโปรแกรม’ ให้กับเงินได้ สำหรับการ ‘ตั้งโปรแกรมให้กับเงิน’ ทาง ธปท. ได้ยกตัวอย่างว่า อาจจะเป็นในลักษณะที่มีเงินในรูปแบบ CBDC อยู่ก้อนหนึ่ง และสามารถตั้งโปรแกรมได้ว่าเงินก้อนนั้นจะสามารถใช้งานได้กี่วัน ใช้ในวันใดได้บ้าง เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเป็นเงินในรูปแบบธนบัตรการทำในลักษณะนั้นก็จะต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก นอกนั้นก็ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่เหนือกว่าเงินในรูปแบบธนบัตร อย่างเช่นการที่ทำให้ประชาชนสามารถพกเงินได้สะดวกขึ้น หรือการเข้ามาเป็น ‘เบื้องหลัง’ ให้กับระบบทางการเงินต่างๆ โดยได้ยกตัวอย่างระบบ Online Banking ในปัจจุบัน ที่ประชาชนทั่วไปก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ในการงานอยู่แล้ว และเหตุใดจึงจะต้องสร้าง CBDC ขึ้นมา คำตอบก็คือ การนำ CBDC เข้ามาใช้งานใน ‘เบื้องหลัง’ จะเป็นการลดต้นทุนไปอย่างมาก อย่างในปัจจุบันระบบ Online Banking จะแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลักๆ คือ 1.ระบบสำหรับสถาบันการเงิน 2.ระบบสำหรับรายย่อย 3.ระบบสำหรับรายใหญ่ ฯลฯ ซึ่งระบบต่างๆ ก็จะมีต้นทุนเป็นของตัวเอง แต่เมื่อนำเทคโนโลยี CBDC เข้ามาประยุกต์ใช้แล้ว ระบบดังกล่าวทั้งหมดก็จะรวมเข้ามาเป็นระบบเดียวเท่านั้น ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ทาง ธปท. ระบุว่าไม่ได้ต้องการที่จะเข้าถึงข้อมูลการใช้เงินของประชาชนอยู่แล้ว แต่จะเน้นไปถึงการตรวจสอบการโกง, การแฮกระบบ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยเสียมากกว่า ***เลื่อนกำหนดโครงการนำร่อง สู่ปลายปี 2565 นอกจากนี้ทาง ธปท. ก็ยังได้เลื่อนกำหนดโครงการนำร่องสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง สำหรับรายย่อย (Retail CBDC) ออกไปเป็นปลายปี 2565 จากเดิมที่กำหนดไว้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 พร้อมชี้ถึงเหตุผลในการเลื่อนเนื่องจากได้ปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นการปรับเปลี่ยนความต้องการ หรือเรื่องของทางเทคนิคต่างๆ เป็นต้น พร้อมระบุในทำนองที่ว่า ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ของประเทศไทยที่ยังไม่ได้ต้องการที่จะรีบพัฒนา CBDC ออกมาใช้านจริงขนาดนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเล็กๆ ที่ระบบการเงินยังไม่ดีพอ หรือบางประเทศที่มีจุดประสงค์ที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบจริงๆ จังๆ เรื่องที่เกี่ยวข้อง... สกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชนที่ออกโดย ธปท. (Retail CBDC) |