สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 11 ส.ค. 69 ชื่อโบรกฯ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 49.00 | บล.ดาโอ | ซื้อ | 48.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 48.00 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 46.50 | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 45.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 45.00 | บล.พาย | ซื้อ | 45.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ถือ | 42.00 | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | อยู่ระหว่างปรับปรุง |
ปัจจัยบวก +
+ ผลประกอบการ 2Q26/2Q69 ดีกว่าคาด : กำไรปกติอยู่ที่ 176 ล้านบาท (+69% YoY) และกำไรสุทธิอยู่ที่ 166 - 1,077 ล้านบาท (+35% ถึง +51% YoY) หนุนจากประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนที่ดี อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และ EBITDA margin ดีกว่าประเมินไว้ (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ฟื้นตัวแข็งแกร่ง : RevPAR ในไทยยังเติบโตได้ดีจากกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และโรงแรมที่รีโนเวทแล้ว (พัทยา ภูเก็ต กะรน) ขณะที่โรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ RevPAR พุ่งขึ้น 69% - 73% YoY และมีผลขาดทุนลดลงเหลือ 52 - 62 ล้านบาท (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ธุรกิจอาหารยังขยายตัวและบริหารมาร์จิ้นได้ดี : รายได้ธุรกิจอาหารโต +2% YoY จากการเปิดสาขาใหม่ และมีส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า (JV) โดยเฉพาะ Shinkanzen Sushi รวมถึงการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร (เช่น Chabuton) ช่วยเพิ่มมาร์จิ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ดอกเบี้ยจ่ายลดลง : ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับตัวลดลงอยู่ที่ 270 ล้านบาท (-12% YoY, -4% QoQ) ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชำระคืนหนี้ (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + แนวโน้มผลงาน 3Q26 และ 2H26 เติบโตต่อเนื่อง : ยอดจองล่วงหน้า (On the book) และ RevPAR ช่วง ก.ค. - 3Q26 มีสัญญาณเติบโต YoY ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึงช่วง 4Q26 จะเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลอง (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + โครงสร้างการเงินแข็งแกร่งและ Valuation Laggard : สัดส่วน IBD/E อยู่เพียง 0.8 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มฯ พร้อมรองรับการขยายตัว และราคาหุ้นบวก YTD เพียง 15% ยัง Laggard กว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง ERW และ AWC ทำให้มีโอกาส Re-rate (บล.เอเซียพลัส) + รายการพิเศษหนุนกำไร : มีการกลับรายการด้อยค่าเงินลงทุนใน Centara Osaka Tokutei Mokuteki Kaisha จำนวน 498 ล้านบาท เข้ามาในไตรมาส 2 (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + ปัจจัยบวกในอนาคต : มี Catalyst จากแผนการเปิด Budget Hotel ช่วงกลางปี 2027F (บล.กรุงศรี) ปัจจัยลบ - - ผลงานในดูไบและญี่ปุ่นถูกกดดันหนัก: โรงแรมในดูไบได้รับผลกระทบจากความไม่สงบด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ทำให้ RevPAR ลดลง 60% - 61% YoY ส่วนโรงแรมในญี่ปุ่น (โอซาก้า) RevPAR ลดลง 20% - 40% YoY จากฐานที่สูงในปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนลดลง และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอและ SSSG ทรงตัว : ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจอาหารทำได้เพียงทรงตัว (0% YoY) เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ (บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - ผลกระทบจากการปิดปรับปรุงโรงแรม : การปิดปรับปรุงโรงแรมเดิมบางแห่ง เช่น ที่หัวหินและกระบี่ ส่งผลกระทบให้ผลการดำเนินงานต่างจังหวัดชะลอตัวลงชั่วคราว (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) - การปรับลดเป้าหมายรายได้โรงแรม : บริษัทมีการปรับลดเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมปี 2569 (รวมดูไบ) ลงเหลือเติบโต 3% - 5% จากเดิมตั้งไว้ที่ 5% - 7% (บล.เอเซียพลัส) - ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก : การท่องเที่ยวอาจชะลอตัวหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |