กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายบริษัทกว่า 20 แห่ง โดยกล่าวหาว่า ได้ส่งออกน้ำมันอิหร่านไปยังจีนอย่างต่อเนื่องมานาน โดยถือเป็นความเคลื่อนไหวหลังจากที่คณะผู้เจรจาจากอิหร่านและสหรัฐฯ สิ้นสุดการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์รอบที่ 4 เครือข่ายแห่งนี้ ถูกกล่าวหาว่าช่วยขนส่งน้ำมันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังจีน ในนามของกองบัญชาการทหารอิหร่านและบริษัทที่ตั้งขึ้นบังหน้า อย่าง Sepehr Energy ซึ่งถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำตั้งแต่ปี 2023 โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรบริษัทต่าง ๆ รวมถึง CCIC Singapore PTE ซึ่งกล่าวว่าช่วย Sepehr โดยการปกปิดแหล่งที่มาของน้ำมันจากอิหร่าน และดำเนินการตรวจสอบก่อนการส่งมอบน้ำมันก่อนที่จะถูกส่งไปยังจีน นอกจากนี้ยังคว่ำบาตร Huangdao Inspection and Certification ที่ช่วย Sepehr ในการตรวจสอบน้ำมันที่บรรทุกบนเรือที่ถูกใช้มาตรการคว่ำบาตรแล้ว พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตร Qingdao Linkrich International Shipping Agency ซึ่งกล่าวว่าได้ช่วยเรือที่เช่าโดย Sepehr Energy ในการเทียบท่าและขนถ่ายที่ท่าเรือ Qingdao ในฐานะตัวแทนท่าเรือที่ได้รับแต่งตั้ง 
รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การขายน้ำมันดังกล่าว ถือเป็นการช่วยสนับสนุนการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนของอิหร่าน การแพร่ขยายนิวเคลียร์ และการโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีต่อเรือสินค้าในทะเลแดง รวมไปถึงกองทัพเรือสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “สหรัฐฯ จะยังคงมุ่งเป้าไปที่แหล่งรายได้หลักนี้ต่อไป ตราบใดที่ระบอบการปกครองนี้ ยังคงสนับสนุนการก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธทำลายล้าง” การคว่ำบาตรล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นการคว่ำบาตรครั้งล่าสุด นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาเดินหน้าใช้มาตรการเพิ่มระดับการกดดันขั้นสูงสุดต่ออิหร่านในเดือนก.พ. โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยังได้คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมัน “กาน้ำชา” หรือโรงกลั่นขนาดเล็กของจีนที่แปรรูปน้ำมันอิหร่านด้วย ซึ่งการคว่ำบาตรเหล่านี้จะบล็อกทรัพย์สินของผู้ที่ถูกกำหนดและห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันทำธุรกิจด้วย ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า มาตรการที่สหรัฐฯ ได้บังคับใช้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านและจีน ทว่าหากสหรัฐฯ ต้องการให้การคว่ำบาตรมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการส่งออกน้ำมัน สหรัฐฯ จะต้องคว่ำบาตรเป้าหมายที่ใหญ่กว่า เช่น ธนาคารจีน ทั้งนี้ อิหร่านและสหรัฐฯ ต่างกล่าวว่าต้องการใช้แนวทางทางการทูต เพื่อแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมากในหลายประเด็น รวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอิหร่าน ที่มา Reuters 
|