PTG คาดครึ่งปีหลังวอลุ่มขายน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ หลังช่วงครึ่งแรกปรับตัวติดลบ 5.2% คาดค่าการตลาดกลับมาอยู่ที่ระดับ 1.70-1.80 บ./ลิตร พร้อมหนุน EBITDA เติบโตระดับ 0-5% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าสถานีบริการน้ำมันและร้านกาแฟพันธุ์ไทยอย่างต่อเนื่อง นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ คาดปริมาณจำหน่ายน้ำมัน (วอลุ่มฯ) ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้จะกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากในช่วงตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.69 ที่ผ่านมา เกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลางและช่วงเดือนมี.ค.69 ผู้บริโภคมีความวิตกกังวลปริมาณน้ำมันจะไม่เพียงพอในการใช้และมีการเก็บน้ำมันสำรองไว้จำนวนมาก จึงทำให้เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค.69 ส่งผลให้การบริโภคน้ำมันลดลงไปจำนวนมาก ด้านค่าการตลาดช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.70-1.80 บาทต่อลิตร หลังจากในช่วงไตรมาส 1/69 ลดลงไปที่อยู่ระดับ 1.25 บาทต่อลิตร และในช่วงไตรมาส 2/69 ที่ผ่านมามีการปรับราคาขายปลีกหน้าปั๊มและเงินกองทุนได้รวดเร็วขึ้นได้ทันกับราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงทำให้ค่าการตลาดสะท้อนราคาขายปลีกและราคาน้ำมันดิบได้ดีขึ้น นายธีรพันธ์ ดิษยบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่าสำหรับแผนการขยายธุรกิจปีนี้ ด้านธุรกิจ Oil ตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมันปีนี้แตะ 2,309 สาขา หลังจากครึ่งปีแรกที่มีจำนวน 2,279 สาขา และกลุ่มธุรกิจ Non-Oil คาดว่า Touchpoints จะเพิ่มขึ้นเป็น 4,781 จุด จากครึ่งปีแรกที่มีจำนวน 4,292 จุด อย่างไรก็ตามอาจมีการปรับเป้าจำนวนสาขาของธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยเล็กน้อย โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวน 2,751 สาขา จากช่วงครึ่งปีแรกที่มีอยู่จำนวน 2,467 สาขา บริษัทได้มีการปรับลดเป้าหมายปริมาณจำหน่ายน้ำมันปีนี้ลงเหลือ -5 ถึง 0% เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายอดขายน้ำมันติดลบ 5.2% ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Non-Oil คาดว่ายอดขายจะลดลงเหลือโต 20-30% จากปีก่อน จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 21.7% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil ยังคงเป้าที่ระดับ 40-45% จากปัจจุบันที่ 44.8% และการเติบโตของ EBITDA คาดว่าจะอยู่ที่ 0 - 5% จากปีก่อน เนื่องจากผลกระทบของธุรกิจ Oil ที่ลดลงและทำให้ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ติดลบ 8.1% พร้อมคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังการเติบโตของ EBITDA จะกลับมาทำได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับลดงบลงทุนปีนี้เหลือ 3,000-4,000 ล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ 3,500-4,500 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาและการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทพยายามจะเก็บเกี่ยวจากสิ่งที่บริษัทได้ลงทุนใหม่ๆไปก่อนหน้านี้ โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนในธุรกิจน้ำมันประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ,ธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยลดลงเหลือ 800-1,000 ล้านบาท, ธุรกิจ LPG ประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท, ธุรกิจ Non-oil อื่นๆ ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ราว 500-1,000 ล้านบาท ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |