SJWD เผยไตรมาส 2/2569 ทำผลงานพุ่งนิวไฮ ทำกำไรสุทธิ 463.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% หนุน 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น ประเมินทั้งปี แนวโน้มทำผลงานสูงกว่าเป้าหมายจากดีมานด์ที่แข็งแกร่งและมีลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ชูธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปได้รับผลดีจากการอยู่ในซัพพลายเชนการลงทุน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,064.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากไตรมาสก่อน และ 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 463.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% จากไตรมาสก่อน และ 64.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ โดยบริษัทยังได้รับผลดีจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทที่ร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 201.3 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน เช่น สยาม เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์, บมจ.เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล (ANI), Transimex Corporation ในเวียดนาม, SWIFT ในมาเลเซีย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 15.0% เทียบกับ 14.1% ในไตรมาสก่อน และ 14.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มีความท้าทายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานผันผวน แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การมีบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่หลากหลาย การนำเสนอโซลูชันเพื่อช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา ความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์และคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเจรจาขอปรับค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุน ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่น คลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 388.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5%, คลังสินค้าอันตราย มีรายได้ 169.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9%, คลังสินค้าห้องเย็น มีรายได้ 327.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4%, บริการขนส่งสินค้าแบบ B2B มีรายได้ 2,359.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3%, บริการขนส่งสินค้าแบบ D2C มีรายได้ 616.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.0%, บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal) มีรายได้ 283.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5%, ธุรกิจต่างประเทศ มีรายได้ 1,249.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% เป็นต้น “หลังจากเกิดเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและจัดส่งสินค้าได้ตรงตามกำหนดเท่านั้น แต่เลือกใช้บริการจากบริษัทที่มีความยืดหยุ่นปรับตัวได้ไว สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้เนื่องจาก SJWD มีการวางรากฐานของบริการที่หลากหลาย มีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งในทุกประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทและทำให้เราได้ลูกค้าใหม่ในช่วงที่ผ่านมา” ดร.เอกพงษ์ กล่าว ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 13,397.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% และกำไรสุทธิ 739.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 355.3 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 กันยายน 2569 ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากรายได้รวมและกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ทำได้มากกว่าเป้าหมายและมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายรายได้ทั้งปีประมาณ 26,000 ล้านบาท ขณะที่การดำเนินธุรกิจในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมายังเป็นไปตามที่คาดการณ์ มีปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้แก่ (1) ความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์และเช่าพื้นที่คลังสินค้าที่ดีต่อเนื่อง เป็นผลมาจากสถานการณ์ราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบมาจัดเก็บเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง (2) ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนา "AI” และ “ดาต้าเซ็นเตอร์" ในประเทศไทย โดยมีผู้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ เช่น ชิป, แผงวงจร, สายไฟฟ้าที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ ปัจจุบันมีการจัดเก็บสินค้ากลุ่มดังกล่าวรวมประมาณ 25,000 พาเล็ต และคาดว่าจะมีปริมาณการจัดเก็บเพิ่มขึ้นอีก 30% ภายในระยะเวลา 12 เดือน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประมูลงานดังกล่าวเพิ่มเติม (3) การวางแผนลดต้นทุนทางการเงิน โดยเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ในวงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้จำนวน 3,700 ล้านบาท เนื่องจากสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดภายในบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีดีลที่อยู่ระหว่างเจรจา 2-3 ดีล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายปีนี้ โบรกฯ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 1.36-1.43 พันลบ. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองคาดการณ์งบการเงินจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น SAWAD ดังนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินงบ Q2/69 ที่ 1,430 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 35 บาท ) บล.บัวหลวง ประเมินงบ Q2/69 ที่ 1,400 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 37 บาท ) บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินงบ Q2/69 ที่ 1,369 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 31 บาท )
อนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นข้อมูลคาดการณ์งบการเงิน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีการปรับประมาณการ หรืออัพเดทข้อมูลหลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ |