สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 6 ก.ค.69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 18.80 บาท | บล.ทิสโก้ | ถือ | 18.00 บาท | บล.กรุงศรี | Neutral (กลาง) | 17.00 บาท | บล.ดาโอ | ถือ | 16.40 บาท | บล.เอเซียพลัส | ขาย | 15.00 บาท | บล.เคจีไอ | ขาย | 13.30 บาท | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | - |
สรุปปัจจัยบวก + ผลประกอบการงวด 2Q69 มีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ในกรอบ 699 - 1,020 ล้านบาท (เติบโตประมาณ 74% ถึง 154% QoQ) ปัจจัยหนุนหลักมาจากฐานที่ต่ำมากในงวด 1Q69, การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจร่วมทุนในประเทศออสเตรเลีย (คาดส่วนแบ่งกำไรรอบนี้อยู่ที่ราว 450 ล้านบาท) รวมถึงเริ่มมีการโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่เข้ามาช่วยหนุน (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก, บล.ฟิลลิป, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
+ ยอดพรีเซลสะสมงวดครึ่งปีแรก (1H69) เติบโตได้ดี โดยทำได้ 1.29 - 1.30 หมื่นล้านบาท เติบโต 9.2% YoY คิดเป็นประมาณ 43% - 47.1% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งการเติบโตหลักได้รับแรงหนุนจากยอดพรีเซลคอนโดมิเนียมที่ฟื้นตัวเด่นพุ่งขึ้นถึง 50% YoY มาอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
+ ทิศทางผลงานช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นและแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก (HoH) จากแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่จะเร่งตัวขึ้นโดยเฉพาะในไตรมาส 4 และการเริ่มทยอยส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง 2 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ (มูลค่า 4.5 - 4.6 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 54%) ซึ่งเตรียมเริ่มโอนในเดือน ส.ค.69 (เร็วกว่ากำหนดเดิม) และโครงการศุภาลัย คราม เขาเต่า (มูลค่า 480 ล้านบาท ขายได้ 37%) (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
+ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ยังคงมีความโดดเด่นและน่าดึงดูดใจ โดยคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาล (1H69) ได้สูงราว 2.6% - 3% (คาดจ่ายปันผลครึ่งปีแรกที่ 0.43 บาท/หุ้น) และคาดหวังเงินปันผลทั้งปีสูงถึง 7.6% - 8.0% (คาดปันผลทั้งปี 1.31 บาท/หุ้น) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
สรุปปัจจัยลบ - คาดการณ์กำไรสุทธิงวด 2Q69 มีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยลดลงราว 7% ถึง 37% YoY ผลกระทบจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์รวมที่ชะลอตัวลงตามระดับ Backlog แนวราบที่น้อยกว่าปีก่อน ประกอบกับค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่สูงขึ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงถูกกดดันและฟื้นตัวได้จำกัด โดยเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียง 30% - 30.8% (ลดลงจากระดับปกติในปีก่อนๆ ที่เคยทำได้สูงถึง 31.8% - 40%) สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์โปรโมชันและลดราคาอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายสินค้าสต็อก (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
- ยอดพรีเซลรวมในงวด 2Q69 อ่อนแอลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 5.25 พันล้านบาท ลดลงถึง 32% QoQ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาว รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงจากความกังวลสถานการณ์สงครามในต่างประเทศและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี)
- ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 มีความท้าทายสูงและเสี่ยงที่จะเกิด Downside หรือการปรับลดประมาณการลง (รวมถึงราคาเป้าหมาย) เนื่องจากกำไรงวด 1H69 คิดเป็นเพียง 23% - 30% ของประมาณการทั้งปี ทำให้โครงสร้างกำไรไปกระจุกตัวหนาแน่นในครึ่งปีหลัง ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเปราะบางและอ่อนแอ (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี)
- ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มระดับกลางถึงกลุ่มล่างชะลอตัวลงอย่างชัดเจน และเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 17% (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี)
- ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและแผนงานอื่นๆ เช่น ความล่าช้าในขั้นตอนการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่อาจกระทบต่อแผนการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 4 รวมไปถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม หนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และนโยบายการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้)
- มูลค่าหุ้นในปัจจุบันค่อนข้างตึงตัว โดยราคาหุ้นในกระดานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนเกินกว่ามูลค่าพื้นฐานที่เหมาะสมที่โบรกเกอร์บางแห่งประเมินไว้ ส่งผลให้เหลือ Upside ที่จำกัด (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |