BBIK โชว์ 6 เดือนกำไร 162 ลบ. โต 11% รายได้ 738 ลบ. มั่นใจปีนี้โต 20% รับ AI Transformation พร้อมตุนBacklog แตะ 1.34 พันลบ. จ่อรับรู้ปีนี้กว่า 899 ลบ. พร้อมมุ่งสู่การเป็นหุ้นในกลุ่ม SET 100 ภายในปี 2572 นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกถือว่าน่าพอใจ โดยมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีรายได้รวม 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% สะท้อนความต้องการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ยังเติบโต แม้เศรษฐกิจไทยและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังมีความผันผวน ปัจจัยหนุนหลักมาจากความต้องการลงทุนในโครงการ Artificial Intelligence (AI), Cloud Migration และ Core System ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังภาคธุรกิจมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน สำหรับไตรมาส 2/2569 BBIK มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้อยู่ที่ 368 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Backlog ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2569 รวม Backlog ของกิจการร่วมทุน อยู่ที่ 1,341 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้มากกว่า 899 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในช่วงปี 2570-2573 สะท้อนฐานรายได้ที่รองรับการเติบโตในระยะต่อไป “ผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกถือว่าน่าพอใจ แม้ภาวะธุรกิจยังมีความท้าทาย โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้าน AI Transformation ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันองค์กรธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากระยะทดลองใช้งาน AI ไปสู่การนำ AI มาใช้กับกระบวนการทำงานจริง”นายพชร กล่าว นอกจากนี้ บริษัทบริหารจัดการต้นทุนและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 54% จาก 50% “กระแสเมกะเทรนด์ AI จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนด้านดิจิทัลนับจากนี้ แต่การนำ AI มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริงมีความซับซ้อนสูง ต้องเตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอที ระบบข้อมูล โมเดลการประมวลผล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” นายพชร กล่าว ทั้งนี้ BBIK มองว่าจุดแข็งของบริษัทที่มีบริการรองรับครบวงจร จะช่วยให้สามารถคว้าโอกาสจากการลงทุนด้าน AI ได้มากขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จาก AI-Driven Projects จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป เดิน 3 กลยุทธ์ครึ่งปีหลัง สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. Reskill & Upskill บุคลากร เร่งพัฒนาทักษะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากกว่า 1,000 คน หลังการบูรณาการทีมงานภายใต้บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะด้าน AI Transformation 2. รุกตลาดต่างประเทศ มุ่งขยายรายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเวียดนามที่มีศักยภาพสูง จากความต้องการ Digital Transformation ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเงิน 3. พัฒนา Vertical AI เดินหน้าพัฒนา Industry Solution ที่ตอบโจทย์เฉพาะอุตสาหกรรม อาทิ Agentic AI สำหรับธุรกิจการเงิน โมเดลบริหารความเสี่ยง ระบบ AI เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน โซลูชัน Cybersecurity และ Conversational Chatbot กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ BBIK ในฐานะผู้ให้บริการ Digital Transformation และรองรับการเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังมุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายบริการ การรักษาคุณภาพการให้บริการ และการทำ M&A เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายก้าวเข้าสู่หุ้นในกลุ่ม SET100 ภายในปี 2572 จากปัจจัยดังกล่าว BBIK ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันผลประกอบการปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมาย 20% โดยมี Backlog ในมือและกระแสการลงทุนด้าน AI เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังและระยะยาว https://url.in.th/w-efin-stocknews |