SCB Wealth ชี้ AI เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คาดเม็ดเงินลงทุนพุ่ง 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 73 แนะจัดพอร์ตเน้นหุ้นสหรัฐฯ รับกำไรโต 20% เพิ่มน้ำหนักหุ้นเกาหลีใต้-ไต้หวัน รับอานิสงส์ห่วงโซ่อุปทาน AI ควบคู่กระจายลงทุนตราสารหนี้ ทองคำ กองทุนดอลลาร์ สร้างสมดุลผลตอบแทนระยะยาว SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ “Fed, Dollar and Beyond” เปิดมุมมองเศรษฐกิจ ค่าเงิน และกลยุทธ์ลงทุนหลัง Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย โดย SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลก และสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อ SCB EIC มองเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง คาดไทยคงดอกเบี้ย 1% ถึงปี 70 นายนนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดรับรู้แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไปมากแล้ว สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับขึ้นก่อนการประชุม SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อในช่วง 6 เดือนข้างหน้า จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี แม้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่น ขณะที่ปัจจุบันนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากขึ้น สำหรับเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัว แต่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งทยอยขึ้นดอกเบี้ย โดยประเทศที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรลงทุน AI เช่น เกาหลีใต้ ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ขณะที่บางประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านเสถียรภาพค่าเงินจากการอ่อนค่า ประเทศไทย SCB EIC คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1% ต่อเนื่องถึงปี 2570 เนื่องจากเงินบาทมีเสถียรภาพและเงินเฟ้อยังไม่สูงเท่าหลายประเทศ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยเติบโตช้าและไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อประคองเศรษฐกิจ พร้อมติดตามความผันผวนในตลาดการเงินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น SCB FM คาดเงินบาทระยะสั้นอ่อนแตะ 33.80 บาท ก่อนฟื้นปลายปี นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส SCB Financial Markets (SCB FM) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เงินบาทได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งราคาน้ำมันสูง การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า อย่างไรก็ตาม เงินเยนที่แข็งค่าหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เข้าแทรกแซงค่าเงิน รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นที่เร็วขึ้น อาจช่วยพยุงค่าเงินในภูมิภาคได้ SCB FM ประเมินว่า ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสอ่อนค่าเพิ่มเติมจากราคาน้ำมัน ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และทิศทางเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง โดยสถิติในอดีตพบว่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้นเมื่อเข้าใกล้การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกดดันเงินบาทเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีเงินบาทมีโอกาสแข็งค่ามาอยู่ในกรอบ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ จากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยว ดุลการค้าที่มีแนวโน้มดีขึ้น ราคาทองคำที่อาจปรับขึ้น และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีโอกาสคลี่คลายบางส่วน เตือนต้นทุน Hedging สูง 3.6% แนะลงทุนสั้นป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน SCB FM แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยต้นทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedging Cost) ระยะ 1 ปีอยู่ที่ประมาณ 3.6% จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยและสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง การลงทุนระยะสั้น การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินยังมีความจำเป็น เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจสูงกว่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ขณะที่การลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อาจพิจารณาลดการป้องกันความเสี่ยงเพื่อประหยัดต้นทุน โดยค่าเฉลี่ยเงินบาทย้อนหลัง 10-20 ปีอยู่ที่ประมาณ 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนของตนเอง . 
|
. SCB CIO ชู AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คาดเม็ดเงินลงทุนแตะ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 73 น.ส.นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ Head of Wealth and Investment Advisory, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้ายังมีแนวโน้มเติบโต โดยมี AI เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ คาดมูลค่าการลงทุนด้าน AI อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะสร้างโอกาสในห่วงโซ่อุปทาน AI ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ หน่วยความจำ ศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ความแตกต่างด้านผลประกอบการ มูลค่า และคุณภาพธุรกิจมีความสำคัญมากขึ้น นักลงทุนจึงควรเลือกบริษัทที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง กระแสเงินสดดี และสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้ต่อเนื่อง เชียร์หุ้นสหรัฐฯ คาดกำไรโต 20% ชูเกาหลีใต้-ไต้หวันรับกระแส AI SCB CIO มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดหลักของพอร์ต จากความเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ AI และความแข็งแกร่งของบริษัทขนาดใหญ่ โดยคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะเติบโตประมาณ 20% ขณะที่ตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่มีความน่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรประมาณ 34% และระดับมูลค่าที่ถูกกว่า โดยมี P/E ราว 10 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ประมาณ 22 เท่า SCB CIO จึงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ แนะจัดพอร์ตยืดหยุ่น กระจายลงทุนหุ้น AI ตราสารหนี้ ทองคำ SCB CIO แนะนำให้สร้างพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น (Portfolio Resilience) โดยใช้ Core Portfolio เป็นแกนหลัก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต รายได้ และการกระจายความเสี่ยง แทนการพยายามคาดการณ์ตลาดระยะสั้น ด้านการเติบโตยังให้น้ำหนักกับตลาดหุ้น โดยกระจายลงทุนทั้งธุรกิจ AI โดยตรงและธุรกิจสนับสนุน เช่น Data Center พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการสร้างรายได้เน้นตราสารหนี้คุณภาพดีอายุสั้นถึงปานกลาง พร้อมพิจารณาทองคำและสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง สำหรับ Opportunistic Portfolio นักลงทุนอาจเพิ่มน้ำหนักในธีมที่มีปัจจัยสนับสนุนโดดเด่น โดยเฉพาะ Semiconductor, Memory, Data Center, Power & Grid และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงพิจารณาสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุนทั่วโลกและกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน SCB CIO ชูกองทุนดอลลาร์ 3 ทางเลือก ลงทุนทั่วโลก หุ้นสหรัฐฯ และทองคำ นายสรรค์ชัย สกุลสุรเอกพงศ์ Investment Product Selection and Partnership Manager, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ช่วยให้นักลงทุนกระจายเงินลงทุนจากเงินบาทไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศได้มากขึ้น ตัวอย่างกองทุนที่สอดคล้องกับมุมมองการลงทุน ได้แก่ SCBUSDGMCORE ระดับความเสี่ยง 6 กองทุนผสมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกและ Liquid Alternative ที่เน้นผลตอบแทนแบบ Absolute Return โดย BlackRock SCBUSDUSFOCUS ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นบริษัทชั้นนำหลายอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและศักยภาพเติบโต กระจายลงทุนในหุ้นประมาณ 150-350 บริษัท SCBUSDGOLD ระดับความเสี่ยง 8 ลงทุนในทองคำผ่าน SPDR Gold Trust โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน . 
|
. |