AWC จ่อยื่นไฟลิ่งตั้งกองรีทส์ ‘AWR’ มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ภายในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ประเดิมคัดเลือก 5 โครงการสุด Premium Location เข้ากองรีทส์ แบ่งเป็นโรงแรม 4 โครงการ และสำนักงานให้เช่า 1 โครงการ พร้อมคาดเข้าจดทะเบียนในตลาด SET ภายในช่วงต้นปี 70 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่าล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้อนุมัติให้บริษัทขายทรัพย์สิน 5 โครงการ ได้แก่ โรงแรมจำนวน 4 โครงการ และตึกสำนักงานให้เช่า 1 โครงการ เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (Asset World Lifestyle Properties REIT) หรือชื่อย่อ AWR ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายรวมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 48,449 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถยื่นไฟลิ่งจัดตั้งกองรีทส์ AWR เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ได้ภายในช่วงวันที่ 29 ก.ย.นี้ โดยเบื้องต้น AWC มีแผนเข้าจองซื้อหน่วยทรัสต์ AWR ในสัดส่วนไม่เกิน 28% เพื่อคงความเป็นพันธมิตรและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว พร้อมวางสัดส่วนผู้ถือหน่วยเป็นนักลงทุนในประเทศมากกว่า 50% และนักลงทุนสถาบันต่างชาติไม่เกิน 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศ หลังปัจจุบันบริษัทได้มีการโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนต่างชาติที่สนใจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจะมีจัดแถลงรายละเอียดรูปแบบกองรีทส์ AWR อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ขณะที่เชื่อว่ากองรีทส์ AWR จะกลายเป็นหนึ่งในกองรีทส์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและน่าจับตามองที่สุดในตลาดทุนไทย พร้อมคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในช่วงต้นปี 70 สำหรับการคัดสรรทรัพย์สินชุดแรกจำนวน 5 โครงการ เพื่อนำเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอเริ่มต้นของกองรีทส์ AWR จากจำนวนโครงการทั้งหมด 62 โครงการของ AWC นั้น ผ่านการวางกลยุทธ์อย่างประณีตโดยเลือกเฉพาะทรัพย์สินระดับ Premium Location และ Premium Brand ที่เป็นรูปแบบ Freehold (กรรมสิทธิ์ถาวร) เพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องการหมดสัญญาเช่า พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุลทั้งเชิงภูมิศาสตร์ในทำเลท่องเที่ยวชั้นนำและศูนย์กลางธุรกิจ ตลอดจนการผสมผสานระหว่างพอร์ต Commercial และ Hospitality ทำให้กองรีทส์ AWR มีความยืดหยุ่นและสามารถผ่านพ้นทุกวัฏจักรเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง โดยทรัพย์สิน 5 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการดิ เอ็มไพร์ มูลค่าราว 25,107 ล้านบาท,2. โครงการโรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย มูลค่าราว 6,463 ล้านบาท,3. โครงการโรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา มูลค่าราว 6,100 ล้านบาท,4. โครงการโรงแรมมีเลีย เกาะสมุย มูลค่าราว 5,895 ล้านบาท และ5. โครงการโรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท มูลค่าราว 4,884 ล้านบาท นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท AWC ยังได้อนุมัติทรัพย์สินคุณภาพสูงอีก 9 โครงการที่อยู่ใน Pipeline เพื่อเตรียมโอนย้ายเข้าสู่กองรีทส์ AWR เพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย ซึ่งประกอบด้วยโครงการแลนด์มาร์กชั้นนำ อาทิ โรงแรมแมริออท กรุงเทพ เดอะ สุรวงศ์,โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค,โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา,โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงเทพ สุขุมวิท,โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยาง บีช,โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท บีชคลับ,โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น,โรงแรมเดอะ โฮเทล พลาซ่า แอทธินี โนบุ แบงค์คอก และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล "โมเดลนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ยังได้วางเป้าหมายให้ AWR ขยายขนาดพอร์ตโฟลิโอที่เริ่มต้นจากระดับ 5 หมื่นล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 1 - 3 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งสถาบันและรายย่อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาในตลาดทุนไทยอย่างแท้จริง" นางวัลลภา กล่าว |