บล.ดีบีเอส มองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปัจจัยหนุนระยะยาวจากแผน PDP2026 ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โต ขยายลงทุนในต่างประเทศ ชู GULF เด่น ตามด้วย GPSC, GUNKUL,BGRIM แม้ระยะสั้นเผชิญแรงกดดันต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้นและค่า Ft ลดลงช่วง ก.ย.-ธ.ค. 69 มองราคาหุ้นอ่อนตัวเป็นจังหวะเข้าซื้อ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินแนวโน้มการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า มองว่ามีปัจจัยกระตุ้นการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาวจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) การขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และการลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย ลุ้นสรุปเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ภายใน 15 ต.ค.นี้ ล่าสุด คณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ระหว่างทยอยสรุปหลักเกณฑ์การอนุมัติและกำกับดูแลการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ตามกรอบเวลา 1 เดือน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ขณะที่หน่วยงานที่ต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน มีกำหนดเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนตุลาคม 2569 ทาง Retail Research DBSVTH มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะบริษัทที่มีแผนลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน ได้แก่ BGRIM, GPSC และ GULF นอกจากนี้ กลุ่มโรงไฟฟ้ายังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแผน PDP2026 ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายเปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ โดยส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้าสะอาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่ BGRIM, GPSC, GULF รวมถึง GUNKUL . 
|
. 4 หุ้นโรงไฟฟ้าไทยรุกลงทุนต่างประเทศ นอกจากปัจจัยหนุนจากการลงทุนในประเทศแล้ว ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทยยังขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. BGRIM: ขยายพอร์ตพลังงานน้ำ-ก๊าซ-พลังงานหมุนเวียน BGRIM เข้าซื้อกิจการและเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสหรัฐฯ ผ่าน New England Reliable Hydropower Holdings (NERH) จำนวน 26 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 406 เมกะวัตต์ ในตลาด ISO-NE ยังมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติประเภท IPP ขนาดใหญ่ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซีย ตั้งเป้ากำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ โดยเริ่มต้นเฟสแรก 750 เมกะวัตต์ ร่วมกับ GE Vernova ส่วนในเวียดนาม BGRIM เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ มีกำลังการผลิตประมาณ 677 เมกะวัตต์ และพลังงานลมประมาณ 100 เมกะวัตต์ พร้อมศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ กำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ 2. GULF: ลงทุนโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภทในหลายประเทศ GULF ลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ใน สปป.ลาว เช่น โครงการปากแบง ปากลาย และหลวงพระบาง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,142 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตตามสัญญารวม 3,060 เมกะวัตต์ โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ LPCL ในสหรัฐฯ GULF ถือหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation รัฐอิลลินอยส์ กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ขณะที่ในอังกฤษถือหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Outer Dowsing Offshore Wind Project กำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ส่วนในโอมาน GULF ร่วมทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ DIPWP ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Duqm กำลังการผลิต 326 เมกะวัตต์ และในเวียดนามลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลม MKW กำลังการผลิต 128 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3. GPSC: รุกพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย-ไต้หวัน พร้อมต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ GPSC ลงทุนใน Avaada Energy Private Limited (Avaada) บริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอินเดีย โดยถือหุ้นประมาณ 41.6% ซึ่งในช่วงเข้าลงทุนมีปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาประมาณ 3,744 เมกะวัตต์ และมีแผนนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียในปี 2571 สำหรับไต้หวัน GPSC ถือหุ้น 25% ในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang and Xidao (CFXD) ร่วมกับกลุ่ม Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 595 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนของ GPSC ประมาณ 149 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังถือหุ้น 90% ในโครงการโซลาร์ฟาร์ม Sheng Yang Energy กำลังการผลิตรวม 55.8 เมกะวัตต์ และถือหุ้นผ่าน XPCL ในสัดส่วน 25% ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (Xayaburi) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบ Run-of-River ขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขง มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และจำหน่ายไฟฟ้าให้ประเทศไทยผ่าน กฟผ. ส่วนในญี่ปุ่น GPSC ลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์ม Ichinoseki จังหวัดอิวาเตะ กำลังการผลิตติดตั้ง 20.8 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นโครงการนำร่องและบริหารจัดการพลังงานสะอาดในประเทศ ขณะเดียวกัน GPSC ถือหุ้นประมาณ 11.1% ใน Anhui Axxiva New Energy Technology (AXXIVA) เพื่อร่วมพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในมณฑลอันฮุย ประเทศจีน มีกำลังการผลิตรวม 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี รองรับการต่อยอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน 4. GUNKUL: ขยายพอร์ตโซลาร์ในฟิลิปปินส์-เวียดนาม-ญี่ปุ่น GUNKUL ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ที่ Laguna Lake ประเทศฟิลิปปินส์ มีกำลังการผลิตรวม 784 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/2570 ส่วนเวียดนามเปิดดำเนินการโครงการโซลาร์ฟาร์มแล้ว 4 แห่ง รวมกำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนามแล้ว ในญี่ปุ่น มีโครงการโซลาร์ฟาร์มในจังหวัดมิยางิและชิบะ ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว มีกำลังการผลิตรวม 65.25 เมกะวัตต์ โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้ผู้ให้บริการรายใหญ่ ได้แก่ Tohoku Electric และ TEPCO นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Paka Solar Farm ในรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย มีกำลังการผลิตตามสัญญา 29.99 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานสะอาดร่วมกับพันธมิตรในไต้หวัน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์ DBS ชอบหุ้นโรงไฟฟ้า แนะซื้อสะสม GULF เด่นสุด ในเชิงกลยุทธ์ บล.ดีบีเอสฯ ชื่นชอบหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและแนะนำซื้อเพื่อลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว โดยเลือก GULF เป็นหุ้นเด่น ตามด้วย GPSC, GUNKUL และ BGRIM ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น และค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ที่ปรับลดลงในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 ตามนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นผันผวน ทั้งนี้ มองว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าจะเป็นโอกาสสำหรับการเข้าซื้อสะสมเพื่อการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว จากปัจจัยหนุนทั้งแผน PDP2026 การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ . 
|
. |