4 ผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ CP-KBANK-BGRIM-IVL มองทางรอดเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวน ชูใช้ AI ยกระดับผลิตภาพ-ดัน Sustainable Finance-สร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมปรับองค์กรให้ยืดหยุ่น รับมือการแข่งขันโลก 4 ผู้นำองค์กรยักษ์ใหญ่ของไทยร่วมแสดงทัศนะถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของโลก ผ่านเวทีสนทนาพิเศษในหัวข้อ ‘Business Building the Future: Winning in Turbulence’ ในงานประชุม The Bangkok Business Summit 2026 โดยมีรายละเอียดดังนี้
CP ชู “AI Ecosystem” ปั้น GDP เกษตรมูลค่าสูง นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี กรุ๊ป) ประเทศไทย เปิดเผยว่า กุญแจสำคัญในการขยับ GDP ไทย คือการยกระดับภาคเกษตรกรรมผ่านเทคโนโลยี โดยเฉพาะทุเรียน ที่สร้างมูลค่าส่งออกกว่า 4 พันล้านดอลลาร์/ปี หากนำ AI และระบบชลประทานที่แม่นยำมาใช้ในพื้นที่ 120 ล้านไร่ จะเพิ่มผลผลิตได้ถึง 3-5 เท่า ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยเติบโตได้ทันที 3%
นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐและเอกชนร่วมปั้น “AI Ecosystem” 5 ระดับ ตั้งแต่พลังงานสะอาดไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI พร้อมเสนอจัดตั้ง Seed Fund มูลค่า 5 พันล้าน - 4 หมื่นล้านบาท สนับสนุนนักศึกษา 2 ล้านคน เพื่อสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
KBANK ปรับบทบาทแบงก์ หนุน SME เปลี่ยนผ่าน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า บทบาทของธนาคารในยุคนี้ต้องไม่ใช่แค่ผู้ให้กู้ แต่ต้องเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Partner) โดย KBank พร้อมอัดฉีดงบประมาณให้แก่ 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand และกลยุทธ์ของ BOI
สำหรับกลุ่ม SME ธนาคารเน้นการสนับสนุนให้ลูกค้าเกิด “Transformation” ทั้งในด้านการเพิ่มผลิตภาพ การเข้าถึงตลาดโลก และการปรับตัวเข้าสู่ Sustainable Finance ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว มากกว่าการเน้นแค่ปริมาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียว
BGRIM จี้รัฐหาแหล่งก๊าซต้นทุนต่ำ แก้ปมค่าไฟ
นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ยังเน้นย้ำเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยผูกติดกับ ราคาพลังงานโดยระบุว่าปัญหาค่าไฟฟ้าสูงในปัจจุบันมีต้นทุนก๊าซธรรมชาติเป็นสาเหตุหลัก ทางออกคือไทยต้องเร่งสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและกัมพูชา เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติในราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้ยังแนะนำให้ภาคธุรกิจมีทัศนคติที่ยืดหยุ่น (Flexibility) และไม่หยุดที่จะเรียนรู้ (Curiosity) โดยเชื่อว่าหากรัฐสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน คนไทยจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สู้ระดับโลกได้แน่นอน
IVL ย้ำหัวใจ “Grit” และการสร้าง Synergy สู้ศึก Overcapacity
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกกำลังเผชิญวิกฤตกำลังการผลิตล้นตลาด (Overcapacity) ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปกติ วิธีการรับมือของ IVL คือการสร้างพันธมิตรและการควบรวมเพื่อสร้าง Synergy ลดต้นทุนและรักษาอัตรากำไร
สิ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องมีในยามมรสุมคือ “Grit” หรือความพากเพียรและความเชื่อมั่นในนโยบายของตนเอง พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยใช้จุดแข็งของการเป็นศูนย์กลางอาเซียน ขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยใช้ทัศนคติ “Can-do” เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร
อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |