สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14-18 ส.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 4.30 บาท | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 4.24 บาท | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 4.20 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 4.20 บาท | | บล.กรุงศรี | Buy | 4.20 บาท | | บล.โกลเบล็ก | ถือ | 3.71 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | - |
สรุปปัจจัยบวก
+ กำไรสุทธิและผลงาน 2Q69 เป็นไปตามคาด: มีกำไรสุทธิ 72 ลบ. (+14% ถึง +18.1% YoY) และกำไรปกติ 83 ลบ. (+32% ถึง +34.1% YoY) หนุนจากนักท่องเที่ยวจีน และรายได้ธุรกิจโรงแรม 1,183 - 1,820 ลบ. (บล.โกลเบล็ก, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ) + โมเมนตัมผลประกอบการช่วง 2H69 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง: คาดกำไร 3Q69 - 4Q69 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยเฉพาะ 4Q69 เข้าสู่ช่วง High Season การท่องเที่ยว (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) + RevPAR และ ADR มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง: ในช่วง 3Q69 คาด RevPAR กลุ่มโรงแรม 5 ดาว–ชั้นประหยัด เติบโต 5% YoY หนุนจาก ADR ที่เติบโต 5% โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่ม Luxury และโรงแรม JW Marriott รวมถึงยอดจอง (On the book) ที่แข็งแกร่ง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) + การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ: ได้รับปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่เริ่มกลับมาหลังสถานการณ์สู้รบคลี่คลาย และสายการบินทำโปรโมชั่น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี) + การปรับโครงสร้างหนี้และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง: บริษัทมีแผนรีไฟแนนซ์และเพิ่มสัดส่วนหนี้ดอกเบี้ยคงที่ โดยตั้งเป้าลด Cost of Debt เหลือ 2.8% ภายในสิ้นปี 69 (จาก 2.9% ใน 2Q69) ช่วยลดภาระดอกเบี้ยระยะยาว (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + การปรับปรุง (Renovate) โรงแรม Grand Hyatt Erawan: คาดปรับปรุงแล้วเสร็จใน 2Q70 ช่วยผลักดันอัตราค่าห้องพัก (ADR) เพิ่มขึ้นได้ราว 10-15% (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + แผนการขยายโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) และแผน IPO: เตรียมเปิด Hop Inn เพิ่มอีก 6-9 แห่งในปี 69 (ไทย 8 แห่ง เกาหลี 1 แห่ง) เพิ่มจำนวนห้องพักรวมเป็น 8,042 - 8,500 ห้อง (+8% ถึง +9% YoY) รวมถึงมีแผนนำ Hop Inn เข้า IPO ในปี 2028 (บล.โกลเบล็ก, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี) + ปัจจัยหนุนจากงานอีเวนต์ขนาดใหญ่และมาตรการรัฐ: ได้ประโยชน์จากงาน MICE, งานประชุม World Bank & IMF, เทศกาลดนตรี Tomorrowland Thailand รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) + ประมาณการกำไรสุทธิปี 69 เติบโตต่อเนื่อง: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 69 อยู่ที่ราว 928 - 970 ลบ. (+12.1% ถึง +16% YoY) และกำไรปกติราว 957 - 962 ลบ. (+14.9% YoY) ด้านรายได้จากการดำเนินงานคาดอยู่ที่ 8,181 - 8,470 ลบ. (+5% ถึง +7% YoY) (บล.โกลเบล็ก, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี) + EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้น: คาดการณ์ EBITDA Margin ปี 69 อยู่ที่ระดับ 33.5% (เพิ่มขึ้นจาก 33.0% ในปี 68) จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ (บล.โกลเบล็ก) สรุปปัจจัยลบ - ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากจนไร้อัพไซด์: ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น +52% YTD ทำให้ราคาปัจจุบันเต็มมูลค่าเหมาะสม และไม่เหลือ Upside (บล.โกลเบล็ก) - ผลประกอบการ 2Q69 ชะลอตัวหนักเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ): กำไรสุทธิลดลง -80.9% ถึง -81% QoQ และกำไรปกติลดลง -78.6% ถึง -79% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) และมีค่าใช้จ่ายขาย/บริหารปรับตัวขึ้น (บล.โกลเบล็ก, บล.ลิเบอเรเตอร์) - ผลกระทบชั่วคราวจากค่าใช้จ่ายพิเศษ: มีการบันทึกรายการพิเศษค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนดสัญญาจำนวน 11 ลบ. ในช่วง 1H69 (บล.โกลเบล็ก, บล.ลิเบอเรเตอร์) - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินบาทแข็งค่า: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบให้บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 69 ลงเหลือ 6% (ราว 8.4 พันล้านบาท) จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 9% (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี) - ความเสี่ยงด้านอุปสงค์การท่องเที่ยว: หากอุปสงค์การเดินทางของนักท่องเที่ยวชะลอตัว อาจกระทบต่ออัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) และทำให้ต้นทุนสูงกว่าที่คาดไว้ (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |