WHAUP เผยกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 532 ล้านบาท โต 276% YoY ดันกำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรก 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% YoY รับแรงหนุนจากธุรกิจน้ำที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ และ ธุรกิจไฟฟ้าที่เติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดตุนพอร์ตพลังงานรวมแตะ 1,070 MW พร้อมประกาศความพร้อมเดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดรับนโยบาย Direct PPA และ แผน PDP ใหม่ นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 1,258 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% YoY และ มีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 276% YoY ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 2,261 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% YoY และ มีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% YoY โดยการเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับปัจจัยบวกทั้งจากธุรกิจน้ำและไฟฟ้าที่เติบโตอย่างโดดเด่น ในส่วนของธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำเพื่ออุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์น้ำดิบ จากปริมาณความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าปิโตรเคมี และ โรงไฟฟ้า ส่งผลให้ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 693 ล้านบาท เติบโต 8% YoY และ เมื่อรวมเป็นผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากธุรกิจน้ำทั้งสิ้น 1,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ หลากหลายอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้น้ำในระดับที่สูงขึ้น ด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากสัญญา Private PPA รวมทั้งสิ้น 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากสัญญา Private PPA รวมทั้งสิ้น 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ ได้มีการลงนามในสัญญาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Rooftop เพิ่มจำนวน 17 สัญญา กำลังการผลิตรวมประมาณ 34 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Solar Private PPA สะสมจำนวน 384 เมกะวัตต์ และ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ราว 1,070 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้ว จำนวน 756 เมกะวัตต์ และ อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา จำนวน 314 เมกะวัตต์ ในส่วนของส่วนแบ่งกำไรปกติจากเงินลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้า จำนวน 367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139% YoY ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันที่เพิ่มขึ้น จากการที่กลับมาเดินเครื่องเป็นปรกติในไตรมาส 2 หลังจากที่มีการหยุดซ่อมบำรุงเกือบตลอดไตรมาส 1 ที่ผ่านมา รวมถึงการมี Energy Margin ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจากเงินลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จำนวน 228 ล้านบาท ลดลง 34% YoY สำหรับภาพรวมในครึ่งปีหลังของธุรกิจไฟฟ้า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยยังคงติดตามความคืบหน้าของนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด และ ได้เตรียมความพร้อมด้านการลงทุนเพื่อรองรับโอกาสใหม่ๆ ภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ รวมถึงโครงการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า (Direct PPA) ระยะแรกจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ขยายกำลังการผลิต และ เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาดได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังตอกย้ำการเป็น "Renewable Energy Solution” แบบครบวงจร ที่พร้อมตอบรับนโยบายภาครัฐ และรองรับดีมานด์พลังงานสะอาดที่กำลังขยายตัวในวงกว้าง โดยมุ่งสนับสนุนทุกภาคอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นจากการเดินหน้าผนึกกำลังกับพันธมิตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมลงนาม MOU กับทางกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ เพื่อศึกษาโมเดล Direct PPA และ Third Party Access ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในการส่งมอบพลังงานสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ "ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนผ่านการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SET100 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ” โบรกฯ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 3.53-4.71 ร้อยลบ. (353-471 ล้านบาท) สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองคาดการณ์งบการเงินจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ดังนี้ ที่มา : บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ บล.กรุงศรี ประเมินงบ Q2/69 ที่ 471 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท) บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินงบ Q2/69 ที่ 353 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 10.10 บาท) บล.เคจีไอ จัดทำบทวิเคราะห์เริ่มต้น แนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท) โดยไม่ได้ระบุตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิ Q2/69 เป็นรายไตรมาส อนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นข้อมูลคาดการณ์งบการเงิน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีการปรับประมาณการ หรืออัพเดทข้อมูลหลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |