สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ส.ค.69
ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.หยวนตา (ประเทศไทย) | ซื้อ | 54.50 | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 54.25 | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 54.00 | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 54.00 | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ถือ | 50.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 45.00 | บล.บัวหลวง | ไม่ระบุ | - |
สรุปปัจจัยบวก + แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง (2H26) และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม: แนวโน้มรายได้และกำไรสุทธิช่วง 2H26 เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนทั้ง YoY และ QoQ จากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักตามวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์รอบใหม่ (Semi cycle) และลูกค้ากลับมา Restocking โดยธุรกิจ IC และ PCBA ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (บล.บัวหลวง, บล.หยวนตา (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + โครงการใหม่เกี่ยวกับ AI เข้าสู่ช่วง Mass Production: สายการผลิตสินค้า AI-related 2 โครงการหลัก คือ โครงการร่วมกับ Phononic (อุปกรณ์ทำความเย็น Solid State) และ AI High Density PCBA เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ใน 3Q26–4Q26 และคาดว่าจะผลิตได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะเป็นแรงหนุนการเติบโตสำคัญต่อเนื่องไปถึงปี 2027–2028 (บล.บัวหลวง, บล.หยวนตา (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน)
+ โอกาสจากอุปสงค์ AI ล้นตลาด: ได้รับประโยชน์จากดีมานด์ AI ที่ล้นมาจากไต้หวันและการกระจาย Supplier นอกเหนือจากจีน ทำให้ผู้ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อานิสงส์เต็มที่ (บล.ฟิลลิป)
+ การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate): โรงงาน IC ที่อยุธยา มี Utilization Rate เพิ่มขึ้นจากราว 55% ใน 1Q26 เป็นราว 63% ใน 2Q26 และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Net Cash Status): มีเงินสดสุทธิและเงินลงทุนระยะสั้นสูงถึง 1.1 - 1.12 หมื่นล้านบาท ณ สิ้น 2Q26 ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับแผนการลงทุน (Capex) ในปีหน้าที่มีประมาณ 2.2 พันล้านบาท หรือมากกว่านั้น (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ผลการดำเนินงานของธุรกิจ PMS ปรับตัวดีขึ้น: ผลขาดทุนจาก PMS ลดลงต่อเนื่อง และจะเริ่มเห็น Product Mix ดีขึ้นจากการปรับเข้าหาสินค้า AI, Power Management รวมถึงการลงนามร่วมพัฒนากับผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายใหญ่จากเกาหลีใต้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และจีน โดยคาดว่า EBITDA จะถึงจุดคุ้มทุนภายในปีหน้า (บล.หยวนตา (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน)
+ หน่วยธุรกิจอื่นๆ เริ่มฟื้นตัวและมีสินค้าใหม่เสริม: ลำพูน: เริ่ม Mass Production โครงการใหม่ใน 3Q26 และสินค้า Automotive, Industrial ยังแข็งแกร่ง (บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป)
กัมพูชา: ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิตจากเจียซิง และเตรียมผลิตเชิงพาณิชย์สินค้ากลุ่ม Medical และ Hearing aids ใน 3Q26 (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
Ohio (สหรัฐฯ): โดดเด่นจากดีมานด์ RFID Inlay และคาดว่าจะพลิกกลับมากำไรได้ใน 4Q26 (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ปัจจัยหนุนด้านอัตราการค้าและอัตราแลกเปลี่ยน: อัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ใน 3Q26 มีแนวโน้มดีขึ้นจากยอดขายที่ฟื้นตัวและเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยอยู่ที่เฉลี่ย 33.3 บาท/ดอลลาร์ฯ ในช่วง QTD เมื่อเทียบกับ 32.5 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 2Q26 (บล.เคจีไอ)
+ การปรับเพิ่มประมาณการกำไร:
บล.หยวนตา (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–2027 ขึ้น 17% และ 12% ตามลำดับ บล.ลิเบอเรเตอร์ ปรับประมาณการยอดขายปี 2026 เป็น 661 ล้านเหรียญ (+6% YoY) และกำไรปกติเป็น 986 ล้านบาท (+23% YoY) ส่วนปี 2027 คาดรายได้ 720 ล้านเหรียญ (+9% YoY) และกำไรปกติ 1,470 ล้านบาท (+49% YoY) สรุปปัจจัยลบ - แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: ต้นทุนวัตถุดิบสำคัญอย่าง PCB, MLCC และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงหากเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
- ผลกระทบจากกำแพงภาษี (Tariff) และความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ: ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยจำกัดคำสั่งซื้อของลูกค้าในส่วนงาน Jiaxing PCBA / EMS ประเทศจีน (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- หน่วยธุรกิจที่ยังเผชิญผลขาดทุนและการแข่งขันสูง: HANA-Ohio: ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานอันเนื่องมาจากการแข่งขันด้านราคา และอุปสงค์กลุ่ม Tire tag ในยุโรปยังอ่อนแอ (บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์)
Jiaxing IC: รายได้ลดลง QoQ อยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจจาก OSAT ไปสู่ Power module ทำให้แนวโน้ม 2H26 ยังอ่อนตัว (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- ข้อจำกัดทางเทคนิคและระยะเวลาจัดส่งเครื่องจักร (Lead Time): การเร่งดำเนินโครงการ AI มีความท้าทายจากอุปกรณ์และเครื่องจักรที่มี Lead Time ยาวนานถึง 6-9 เดือน (บล.เคจีไอ)
- ความไม่แน่นอนของสินค้าใหม่และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น: สินค้ากลุ่ม AI อยู่ในช่วงเริ่มต้นผลิตยังต้องติดตามว่าจะทำได้ตามเป้าหรือไม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ปรับตัวสูงขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ราคาหุ้นปรับขึ้นมาร้อนแรงจน Upside เริ่มจำกัด: ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตอบรับข่าวดีไปพอสมควร ทำให้ Upside ในระยะสั้นเริ่มจำกัด และอาจมีความเสี่ยงจากการพักฐาน (บล.หยวนตา (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ความเสี่ยงอื่นๆ: ภัยธรรมชาติ, การปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปซื้อจาก Supplier รายอื่น และปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่อาจกระทบต้นทุนโลจิสติกส์หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|