WHA เปิด งบ Q2/69 มีกำไร 659 ลบ.ลดลง 33% ฟากผลงานงวด 6 เดือนแรกกำไร 2,167 ลบ. ลดลง 29% หลังรายได้รวมชะลอ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แย้มครึ่งปีหลังเตรียมโอนที่ดินเพิ่มขึ้น จ่อขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์อีกกว่า 3.7 พันล้านบาท พร้อมศึกษาลงทุนพลังงานสะอาด นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงาน งวดไตรมาส 2/69 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 3,142.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% (YoY)โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,160.3 ล้านบาท ลดลง 20.4% และกำไรปกติ 639.6 ล้านบาท ลดลง 40.9% (Y-Y) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ไตรมาสนี้ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรฯ 3,142.1 ล้านบาท ลดลง 22.2% ประกอบด้วยผลประกอบการปกติ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น
ด้านรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์และส่วนแบ่งกำไรฯ และธุรกิจธุรกิจโมบิลิตี้ เพิ่มขึ้น 12.6% จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่าของคลังสินค้า ส่วนรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ลดลง 51.9% จากการโอนที่ดินลดลง รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อยู่ที่ 53.7 ล้านบาท เนื่องจากการให้บริการงานเพิ่มแก่ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์และการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 1 ไร่ เท่ากับ 45 ล้านบาท และสำหรับไตรมาส 2/2568 จำนวน 808.1 ล้านบาท จากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 69 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 6,384.4 ล้านบาท ลดลง 32.1% (YoY) และกำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% (YoY) โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ลดลง 30.8% (YoY) และกำไรปกติ 2,084.5 ล้านบาท ลดลง 33.8% (YoY) โดยผลประกอบการ แบ่งตาม 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจโลจิสติกส์ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโต 19.2 (YoY) และมีการลงนามสัญญาใหม่ทั้งในส่วนของโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 52,989 ตร.ม. พร้อมทั้งมีสัญญาเช่าระยะสั้นผลตอบแทนสูงอีก 72,995 ตร.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 3,239,607 ตร.ม. ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทลงนามสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) กว่า 4,700 ตร.ม. และได้รับการคัดเลือก (Award) จากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำเป็นพื้นที่ 38,158 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ายอดสัญญารวมกว่า 828 ล้านบาท พร้อมอยู่ระหว่างเจรจาโครงการใหญ่อีกหลายราย คาดปิดดีลได้ภายในครึ่งหลังปี 69 ส่วนโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม. 23 (ขาเข้า) และWHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 มีผู้เช่าเกือบเต็ม 100% บริษัทจึงเร่งขยายเฟสใหม่บนทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม. 4 โครงการ 2 (เฟส 1) พื้นที่ 60,000 ตร.ม. คาดว่าเสร็จภายในปีนี้, โครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 (เฟส 3) พื้นที่ 34,000 ตร.ม. คาดพร้อมบริการต้นปี 2570 และเตรียมเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการใหม่ล่าสุด WHA Manufacturing Park 331 เร็วๆ นี้ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกที่ประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง ประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเช่าเต็ม 100% ส่งผลให้บริษัทเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการถัดไปในจังหวัดทัญฮว้า พื้นที่กว่า 37,000 ตร.ม. รองรับดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขายทรัพย์สินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR ล่าสุดผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHART ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมพื้นที่ 99,390 ตร.ม. มูลค่า 2,508 ล้านบาท และผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ WHAIR ได้อนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม พื้นที่ 45,329 ตร.ม. มูลค่าประมาณ 1,235 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในช่วงครึ่งหลังปี 69 ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในครึ่งแรกปี 69 มียอดขายที่ดินรวม 1,199 ไร่, ยอด MOU 217 ไร่, ยอดโอนที่ดิน 505 ไร่ และมียอดรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) จำนวน 1,464 ไร่ ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจย้ายฐานการลงทุน (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยถือว่าเป็นประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน แรงงานทักษะ และทำเลที่ตั้ง สอดรับกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรกที่แตะ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ขณะที่ยอด FDI รวม สูงถึง 1.36 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากปีก่อน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของประเทศในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และบุคลากร เพื่อรับมือการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Digital and Technology, Semiconductor, Advanced Manufacturing และพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค New Economy โดยไตรมาส 2 ปี 69 บริษัทมีการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่ม 248 ไร่ และมี LOI/MOU ที่รอเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่มเติมกับลูกค้าอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรมอีกจำนวน 217 ไร่ สะท้อนความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายทั้งด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่, กลุ่มยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ บริษัทเร่งขยายพื้นที่นิคมฯในไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีนิคมฯ 17 แห่งในไทยและเวียดนาม โดยในไทยมีพื้นที่รอพัฒนาและกำลังก่อสร้าง 10,340 ไร่ ล่าสุดโครงการ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 พื้นที่รวม 7,370 ไร่ ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้เร่งพัฒนาพื้นที่รองรับความต้องการ และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงแรกแล้วในไตรมาสนี้ ส่วนในเวียดนาม บริษัทมีการพัฒนาที่ดินในนิคม WHA Industrial Zone 1 – Nghe An ที่จังหวัดเหงะอาน (Nghe An) แล้ว 4,241 ไร่ (678.5 เฮกตาร์) ขณะที่โครงการ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 ที่จังหวัดทัญฮว้า เริ่มมีลูกค้าทยอยเซ็นสัญญา (LOI/MOU) เข้ามาแล้วเช่นกัน ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ)
ใน 6 เดือนแรกปี 69 มียอดขายและบริหารน้ำทั้งในและต่างประเทศรวม 87.1 ล้านลูกบาศก์เมตร จากการใช้น้ำเพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ส่งผลให้ รายได้และส่วนแบ่งกำไรเติบโตถึง 26.7% แบ่งเป็นยอดจำหน่ายน้ำในไทยจำนวน 68.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โต 10% จากการใช้น้ำที่เพี่มขึ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และยานยนต์ นอกจากนี้ยังรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขอใช้น้ำเกินกว่าที่จัดสรร (Capacity Charge) อีก 58.7 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมลูกค้าที่ใช้น้ำเกินโควตา พร้อมกันนี้ บริษัทได้มีการขยายกำลังการผลิตและบำบัดน้ำในนิคมฯ อุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (ESIE 5) เฟส 1 แล้วเสร็จ โดยมีกำลังผลิต 3.2 ล้าน ลบ.ม./ปี พร้อมลุยสร้างระบบใหม่ใน WHA CIE1, WHA CIE2 และ WHA ESIE3 มีกำลังผลิตรวม 3.9 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการในไตรมาส 4 ปีนี้ ครึ่งปีแรกคว้าสัญญาลูกค้ารายใหญ่เพิ่ม ดันยอดเซ็นสัญญาสะสมแตะ 17.5 ล้าน ลบ.ม./ปี สร้างความมั่นคงให้รายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว ส่วนเวียดนาม ในงวด 6 เดือนแรกปีนี้ มียอดขายน้ำ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ขยายตัว 2% ตามความต้องการในโครงการ Nghe An และ Cua Lo ธุรกิจไฟฟ้า
สำหรับ 6 เดือนแรกปี 69 มีปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 156.4 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 60% และมีการเซ็นสัญญา Private PPA เพิ่มอีก 12 เมกะวัตต์ ดันยอดสะสมแตะ 384 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,070 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 756 เมกะวัตต์ (พลังงานหมุนเวียนจำนวน 228 เมกะวัตต์) และอยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 314 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไรปกติจากการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาส 2 ปี 69 พลิกกลับมาแข็งแกร่ง ในระดับที่ 379 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 150 ล้านบาท ในไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันสามารถเปิดดำเนินการได้โดยไม่มี outage ตลอดไตรมาส ด้านธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ยังมีการขยายการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เซ็น MOU กับ บริษัท สินแพทย์ จำกัด เพื่อศึกษาการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA) และการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของบุคคลที่ 3 (TPA) รวมทั้งศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (SMR) เพื่อผลิตพลังงานสะอาดที่มีความเสถียร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต ธุรกิจโมบิลิตี้ มุ่งยกระดับชูโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ ผ่านการให้บริการครบวงจรรายแรกของไทยภายใต้แบรนด์ Mobilix โดยครอบคลุม 3 บริการหลัก ได้แก่ 1) บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) 2) สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 3) ซอฟต์แวร์อัจฉริยะจัดการรถและแบตเตอรี่ (Mobilix Software Solution) โดยมียอดเช่ารถ EV เติบโต เพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 69 มียอดให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) สะสมรวมทั้งสิ้น 414 คัน ธุรกิจดิจิทัล
บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง Mobilix Software Solution และ WHASApp ซึ่งมีฟีเจอร์ CO2ZERO (บริหารจัดการคาร์บอนแบบเรียลไทม์) และ WeCYCLE (จัดการขยะรีไซเคิล) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน โดยได้กางโรดแมพ 3 ปี “Flight of the Future” มุ่งสู่ระบบนิเวศองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise Ecosystem) ภายในปี 71 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบบงาน และบุคลากรเข้าด้วยกัน เพื่อให้คาดการณ์และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว สร้างบุคลากรและวัฒนธรรม AI ผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ AI Playground, Insight Now และ WHA AI Level UP เพื่อเร่งนำ AI มาใช้งานจริง เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระยะยาว “ความสำเร็จในครึ่งปีแรก ถือเป็นการตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก และได้สะท้อนผ่านรางวัล อาทิ คว้าอันดับ 1 ของโลก (Top 1%) ในกลุ่มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ จากการประเมิน S&P Global CSA 2025 (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) และติดโผ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4) รวมทั้งผงาดบนเวทีระดับภูมิภาค ติดทำเนียบบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ "Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026" สะท้อนความมั่นคงทางการเงินและการเติบโตที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าพันธกิจ ‘WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND’ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและการลงทุนสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)” สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองคาดการณ์งบการเงินจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ดังนี้
ที่มา : บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ฟิลลิป, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ประเมินงบ Q2/69 ที่ 1.19 พันล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท) บล.ฟิลลิป ประเมินงบ Q2/69 ที่ 940 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท) บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินงบ Q2/69 ที่ 876 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 5.60 บาท) บล.เคจีไอ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 827 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท) บล.เอเซียพลัส ประเมินงบ Q2/69 ที่ 804 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 6.05 บาท) บล.พาย ประเมินงบ Q2/69 ที่ 804 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท) บล.บัวหลวง ประเมินงบ Q2/69 ที่ 763 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท) อนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นข้อมูลคาดการณ์งบการเงิน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีการปรับประมาณการ หรืออัพเดทข้อมูลหลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |