Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
SPCG คาดปี 66 รายได้ลดลง หลังโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 14 แห่งทยอยหมด Adder เล็งผลักดันรายได้ธุรกิจ Solar Roof เพิ่มขึ้น หวังชดเชยรายได้ที่หายไป พร้อมคาดเริ่มก่อสร้างโครงการโซลาร์ใน EEC ปีนี้ และเริ่ม COD ได้ภายในช่วงต้นปี 67
นายพิพัฒน์ วิริยธรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บมจ. เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ว่าสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 66 บริษัทคาดว่ารายได้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ทำได้ 4,471 ล้านบาท เนื่องจากจะมีโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ได้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ทยอยสิ้นสุดรวม 14 โครงการภายในปีนี้ และในปี 67 อีกจำนวน 13 โครงการ อย่างไรก็ตามแม้จะหมด Adder แล้วแต่โครงการดังกล่าวก็ยังขายไฟได้ โดยมีราคาค่าไฟฐานเฉลี่ยที่ระดับ 3.50 บาท ประกอบกับคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจ Solar Roof เข้ามาช่วยชดเชยเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้สำหรับแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในปีนี้ คาดว่าจะมีจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) สำหรับใช้ในพื้นที่เมืองใหม่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขนาดกำลังการผลิต 470 เมกะวัตต์ (MW) คาดจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในช่วงต้นปี 67 และ 2.โครงการ IMARI Biomass ขนาดกำลังการผลิต 46 MW ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้า Biomass แห่งแรกที่บริษัทได้เริ่มลงทุน
ขณะที่ด้านธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) โดยบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท หลังจากปัจจุบันมีความต้องการของลูกค้าให้บริษัทเข้าไปติดตั้งแล้วไม่ต่ำกว่า 10-15 MW ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถทยอยติดตั้งได้ภายในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้
ส่วนทิศทางค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์นั้น มองว่าเป็นโอกาสที่ทำให้การใช้เงินลงทุนของโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นน้อยลง แต่ก็มีข้อเสียที่ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในญี่ปุ่นอาจน้อยลงตามไปด้วยหากเทียบกับค่าเงินที่อ่อนลง แต่บริษัทคาดว่ากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนให้ส่วนแบ่งกำไรกลับมาในระดับใกล้เคียงเดิมได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้