PTG คาดผลงานครึ่งปีหลังโต รับเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นธุรกิจน้ำมัน ไม่มีแรงกดดันจากทิศทางราคาน้ำมัน แย้มธุรกิจ Non-Oil มีโอกาสโตทะลุเป้า หลังธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มถึงจุดคุ้มทุน จ่อรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าขยะตั้งแต่ช่วง Q3/69 และเล็งขยายการลงทุนเพิ่ม พร้อมต่อยอดการพัฒนาชุมชนผ่านโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” นายธีรพันธ์ ดิษยบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 69 คาดว่าผลประกอบการจะพลิกกลับมาเป็นบวกและเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปี หลังจากช่วงครึ่งปีแรกโดนผลกระทบจากราคาน้ำมันค่อนข้างมาก เนื่องจากช่วงไตรมาส 3- 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ เพราะภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมจะมีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจ Non-Oil จะมีการออกโปรดักส์สินค้าใหม่ๆที่ดึงดูดกระแสมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ประเมินแนวโน้มธุรกิจน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากราคาน้ำมันยังทรงตัวและไม่มีภาวะสงครามเพิ่มเติมเข้ามาคาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ เพราะปัจจุบันตลาดเริ่มกลับมาดีขึ้น เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน กรณีราคาน้ำมันค่อยๆเปลี่ยนแปลงบริษัทจะไม่ค่อยได้รับกระทบมากนัก แต่หากขึ้นหรือลงแรงๆภายในระยะเวลา 1 วัน ก็อาจมีผลกระทบค่อนข้างมาก "ตอนนี้ดูทรงแล้วการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง จึงคิดว่าไม่น่ามีผลกระทบอะไรและคาดว่าธุรกิจน้ำมันครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวกลับมาได้ เพราะช่วงไตรมาส 3-4 ของทุกปี เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ" นายธีรพันธ์ กล่าว ส่วนด้านธุรกิจ Non-Oil ครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตได้มากกว่าที่บริษัทประมาณการณ์ไว้ หลังจากปัจจุบันรายได้ของกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ส่วนใหญ่ค่อนข้างถึงจุดคุ้มทุนแล้ว เพราะรายได้ที่เข้ามาแทบจะเป็นกำไรขั้นต้นเกือบทั้งหมดแล้ว หลังจากบริษัทแทบไม่ได้ลงทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) และสถานีบริการน้ำมันพีทีเพิ่มแล้ว อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาอาจมีการชะลอการลงทุนขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยบ้าง เพราะหันมาเน้นขยายด้านแฟรนไชส์มากขึ้น ซึ่งค่อนข้างเป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ครึ่งปีหลังอาจเห็นสภาพเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น และคาดว่ากาแฟพันธุ์ไทยจะกลับมาเติบโตระดับ 30-40% รวมถึงน่าจะจะเป็นตัวที่โดดเด่นของบริษัท จ่อรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าขยะตั้งแต่ช่วง Q3/69 - เล็งขยายการลงทุนเพิ่มอีกหลายโครงการ นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่าบริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด (PP5) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม PTG ได้ร่วมมือกับเทศบาลเมืองบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พัฒนาโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ โดยออกแบบให้เป็นศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โรงคัดแยกขยะเพื่อผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ระบบบำบัดน้ำเสียและพื้นที่ฝังกลบที่ถูกสุขลักษณะ โดยโครงการดังกล่าวสามารถรองรับขยะเพื่อผลิตพลังงานได้ประมาณ 400 ตันต่อวัน ขณะที่โรงคัดแยกขยะสามารถรองรับขยะได้ 300–600 ตันต่อวัน และผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ 100–200 ตันต่อวัน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เพิ่มการใช้พลังงานทดแทน สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ในระยะยาว ทั้งนี้ถือเป็นโครงการแรกที่ประสบความสำเร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.69 ที่ผ่านมา พร้อมคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะอีกหลายโครงการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา โดยคาดว่าจะมีการขยายโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่มีขนาดที่ใหญ่กว่าแห่งแรกหรือราว 8-9 MW ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการพัฒนาชุมชนผ่านโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่าเชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาที่สำคัญของชุมชน โครงการบ้านพรุจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ PTG ในอนาคต นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว PTG ยังจัดกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ณ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย ตรวจสายตาและมอบแว่นตาให้ผู้สูงอายุในชุมชน,เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง, มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนแก่เยาวชน,สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันและกิจกรรมด้านโภชนาการในโรงเรียน,อบรมการขับขี่ปลอดภัยและส่งเสริมวินัยจราจร, ปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครและการเรียนรู้ โครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ และโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของ PTG ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “Co-Create Ecosystem” ที่มุ่งเชื่อมโยงธุรกิจ พันธมิตร ชุมชน และผู้บริโภค เพื่อสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกมิติ โดยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในระยะยาว ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |