BJC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 49,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% รับแรงหนุนธุรกิจ Packaging โตแข็งแกร่ง 29.7% ขณะที่อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิต ด้านธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่รายได้ลด 1% แต่ Town Center ฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมมั่นใจครึ่งปีหลังรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจได้ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 49,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 43,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ทั้งแก้วและกระป๋อง สะท้อนศักยภาพของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายในการสร้างการเติบโตท่ามกลางสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์เป็นไฮไลต์สำคัญของไตรมาส มีรายได้จากการขาย 7,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของทั้งบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 23.2% เพิ่มขึ้น 86 bps เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลงตาม Economies of Scale จากปริมาณการผลิตกระป๋องอลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เท่ากับ 1,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้น 33 bps มาอยู่ที่ 16.9% สะท้อนทั้งการเติบโตของยอดขายและประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น ด้าน กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค มีรายได้จากการขาย 5,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์กระดาษเช็ดหน้าใน Mass Market ยอดขายธุรกิจต่างประเทศที่เติบโต และการขยายตัวเล็กน้อยของธุรกิจอาหาร ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 170 bps เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 21.1% จากการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์เป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) สำหรับ กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค มีรายได้จากการขาย 2,215 ล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมาจากยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อนหน้าจากช่วงเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่แตกต่างกัน ขณะที่ธุรกิจเทคนิคยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจ Specialties และ Graphics ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 189 bps เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 33.4% จาก Product mix ที่ดีขึ้น ด้าน กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ มีรายได้รวม 32,241 ล้านบาท ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากการขาย 28,928 ล้านบาท ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย SSSG อยู่ที่ -2.1% สะท้อนผลกระทบจากการบริโภคสินค้า Non-Food ที่ยังอ่อนตัว ราคาสินค้ากลุ่ม Butchery ที่ลดลงแม้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายส่ง (Bulk Sales) ที่ลดลงตามแนวทางของบริษัทในการมุ่งเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังคงมี SSSG เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Town Center มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอัตราค่าเช่าและอัตราการเช่าพื้นที่ที่ปรับตัวดีขึ้น โดย Occupancy rate อยู่ที่ 92.4% ในไตรมาส 2/2569 และรายได้ค่าเช่าและค่าบริการบนฐาน Like-for-Like เติบโต 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เพิ่มขึ้น 31 bps YoY มาอยู่ที่ 18.1% จาก Sales mix ที่เอื้อต่อความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีความมั่นใจในความสามารถในการรับมือกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงมีความท้าทาย แม้เศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยยังอยู่ในระดับค่อนข้างอ่อนตัว ขณะที่ความกังวลระยะสั้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มผ่อนคลายลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนสัญญาณเชิงบวกต่อการบริโภคภายในประเทศ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็น พันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจและพอร์ตการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน https://url.in.th/w-efin-stocknews |