Lucid Group Inc. กำลังเดินหน้าแผนปรับโครงสร้างการดำเนินงานครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าประหยัดเงินสดรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ภายในปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากการขาดทุนต่อเนื่อง ดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้มข้นขึ้น แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการลดรายจ่ายลงทุน การลดสต็อกสินค้า และการปรับต้นทุนด้านการดำเนินงานเพื่อให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น
ลดลงทุน ลดสต็อกสินค้า และควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัทระบุว่าเป้าหมายการประหยัดเงินสดมาจากหลายส่วน ได้แก่ การลดรายจ่ายลงทุนราว 500 ล้านดอลลาร์ การลดสต็อกสินค้าสูงสุดอีก 800 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานจากการปลดพนักงานที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ Lucid ยังวางแผนลดการผลิตโดยตั้งใจ เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่คาดการณ์ไว้ในช่วงถัดไป และเพื่อเปลี่ยนสินค้าคงคลังให้กลายเป็นการส่งมอบและเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามแก้ปัญหาด้านกระแสเงินสดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ทั้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การขยายกำลังการผลิต และการบริหารซัพพลายเชน ขณะเดียวกัน Lucid ยังต้องรักษาเงินทุนหมุนเวียนให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อรองรับการดำเนินงานในระยะต่อไป
ตลาดตอบรับลบ หุ้นร่วงหลังเปิดแผน
แม้แผนรีเซ็ตธุรกิจจะมุ่งสร้างเสถียรภาพทางการเงิน แต่ตลาดกลับตอบรับในเชิงลบ โดยหุ้น Lucid ร่วง 9.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการที่นิวยอร์ก หลังบริษัทเปิดเผยรายละเอียดของแผนดังกล่าว นับตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นของบริษัทปรับลดลงแล้ว 26% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มผลประกอบการและความสามารถในการพลิกฟื้นธุรกิจ
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ลงทุนจับตาความสามารถของผู้ผลิตรถ EV รายนี้ในการลดการเผาเงินสดและสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างยั่งยืน แม้จะมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่ความเชื่อมั่นของตลาดยังคงเปราะบางจากผลขาดทุนที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในอุตสาหกรรม
ผลประกอบการยังขาดทุนต่อเนื่อง แม้มีสภาพคล่องสูง
Lucid เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทมีสภาพคล่องรวมประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยให้ยังมีพื้นที่ในการดำเนินงานต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการล่าสุดยังสะท้อนการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดย adjusted loss before interest, taxes, depreciation and amortization อยู่ที่ 901 ล้านดอลลาร์ และ adjusted loss ต่อหุ้นอยู่ที่ 2.78 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ 405 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า Lucid ยังอยู่ในช่วงสร้างฐานธุรกิจ และยังต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนรายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดต้นทุนจึงเป็นภารกิจสำคัญที่สุดในระยะสั้น เพื่อพยุงสถานะทางการเงินและลดแรงกดดันจากตลาดทุน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ
ในด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น Lucid ยังได้รับแรงสนับสนุนหลักจาก Public Investment Fund กองทุนความมั่งคั่งแห่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งลงทุนในบริษัทไปแล้วมากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการที่เจ้าชาย Alwaleed bin Talal Al Saud เข้าซื้อหุ้น 5% ในบริษัทเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสะท้อนความสนใจเชิงยุทธศาสตร์ต่ออนาคตของ Lucid แม้บริษัทจะยังเผชิญความท้าทายด้านผลกำไรและการเติบโต
โดยสรุป แผนรีเซ็ตธุรกิจของ Lucid คือความพยายามเร่งด่วนในการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่โหดขึ้น ทั้งการลดต้นทุน ควบคุมการผลิต และบริหารเงินสดให้รัดกุมมากขึ้น อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังต้องติดตามว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยให้ Lucid พลิกฟื้นได้จริงหรือไม่ ในช่วงที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ายังแข่งขันกันด้วยเงินทุน ความเร็ว และประสิทธิภาพการดำเนินงาน