KBANK เดินหน้าทลายข้อจำกัดการเข้าถึงเงินทุนของกลุ่มผู้ประกอบการ MSMEs ชูการประยุกต์ใช้ Alternative Data และเทคโนโลยี AI/Machine Learning ยกระดับการประเมิน Credit Scoring แม่นยำ ช่วยอนุมัติสินเชื่อด่วนผ่าน K PLUS โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมลุยโมเดล Embedded Finance และ คุม NPL ตั้งแต่ต้นน้ำ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาด SME ไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 28% คิดเป็นมูลค่าพอร์ตกว่า 5 แสนล้านบาท นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยในหัวข้อ WBG Flagship : MSME Finance : Leveraging Data for Jobs ว่า ภาพรวมของผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs) ในไทยและอาเซียน เช่น แม่ค้าออนไลน์ ร้านค้าแผงลอย และเกษตรกร แม้จะมีกระแสเงินสดหมุนเวียนจริง แต่เนื่องจากขาดเอกสารทางการเงินตามระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ทำให้ถูกจัดเป็นกลุ่ม Underbanked หรือ Unbanked อีกทั้งการประมวลผลสินเชื่อรายย่อยรูปแบบเดิมยังมีต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับวงเงินกู้ ธนาคารจึงไม่สามารถปล่อยกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงข้อมูลการค้าที่แท้จริง เนื่องจากพฤติกรรมของ Micro SME แม้จะเริ่มปรับตัวสู่ดิจิทัล แต่ระบบบัญชีหรือเครื่องมือภายในยังคงแยกส่วน เช่น การทำบัญชีหลายเล่ม (แยกบัญชีภาษี ธนาคาร และเจ้าของ) รวมถึงการใช้บัญชีส่วนตัวปะปนกับบัญชีธุรกิจ ทำให้ยากต่อการประเมินสถานะทางการเงินที่แท้จริง ดังนั้น การพัฒนาฐานข้อมูลอย่าง Open Data, Data Bureau ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการดึงข้อมูลทางเลือกใหม่ๆ จะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ในอนาคต ใช้นวัตกรรม AI ปล่อยสินเชื่อทันใจ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว KBANK ได้นำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมทางดิจิทัล (Alternative Data) เพื่อสร้างระบบ Credit Scoring รูปแบบใหม่ เช่น พฤติกรรมการรับชำระเงินผ่าน QR Code ความถี่ของกระแสเงินสด และความสม่ำเสมอในการชำระค่าบริการ นวัตกรรมนี้ช่วยพัฒนาบริการสินเชื่อด่วน ให้ผู้ประกอบการสามารถขออนุมัติผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผนึกพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ขับเคลื่อน "Embedded Finance" นอกจากนี้ ธนาคารยังได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ เช่น Grab, Shopee, Lazada และผู้ให้บริการชำระเงินต่างๆ เพื่อนำข้อมูลยอดขายจริงและพฤติกรรมการให้บริการมาประเมินวงเงินสินเชื่อ พร้อมประยุกต์ใช้โมเดล Embedded Finance ฝังบริการสินเชื่อลงในระบบปฏิบัติการของแม่ค้าหรือคนขับรถโดยตรง ทำให้สามารถส่งมอบเงินทุนหมุนเวียนได้ทันทีในเวลาที่ธุรกิจต้องการ ไม่หวั่น FinTech แข่งขัน มองช่วยหนุน Financial Inclusion สำหรับการเข้ามาของ FinTech และผู้เล่นหน้าใหม่ ธนาคารมองว่าเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยยกระดับสัดส่วนการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่ม Unbanked และ Underbanked ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารอาจยังไม่เข้าใจความเสี่ยงได้ดีเท่ากับ FinTech ที่มีข้อมูลพฤติกรรมเฉพาะกลุ่ม คงงบลงทุนเทคโนโลยี 10% ของกำไรสุทธิ ในด้านการลงทุนเทคโนโลยี ธนาคารยังคงวางงบประมาณไว้ที่ประมาณ 10% ของกำไรสุทธิ (อิงจากกำไรปีที่ผ่านมาที่ระดับกว่า 40,000 ล้านบาท) โดยเน้นบทบาทการเป็นผู้ใช้งาน AI เพื่อประยุกต์ใช้โซลูชันที่ดีที่สุดในการดำเนินงาน และพร้อมปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจอยู่เสมอ ยึดหลัก Responsible Lending ติดตาม Real-time ป้องกันหนี้เสีย ธนาคารยังยึดมั่นในหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) โดยเปลี่ยนจากการตรวจงบการเงินรายปี มาเป็นการติดตามการไหลของเงินสดแบบ Real-time เพื่อช่วยเตือนภัยและปรับวงเงินกู้ให้ยืดหยุ่นตามสภาวะจริง ช่วยให้ธนาคารปล่อยกู้ในวงเงินที่พอเหมาะกับความสามารถในการชำระคืน ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการตกอยู่ในกับดักหนี้สินเกินตัว และช่วยลดความเสี่ยง NPL ในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาด SME อันดับ 1 สู่การเติบโตยั่งยืน ปัจจุบัน KBANK ครองส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) พอร์ตสินเชื่อ SME เป็นอันดับ 1 ของประเทศ อยู่ที่ประมาณ 28% คิดเป็นมูลค่าราว 500,000 ล้านบาท หรือประมาณ 25% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร แม้ภาพรวมตลาด SME จะเผชิญภาวะชะลอตัว แต่ธนาคารจะมุ่งเน้นการดูแลและรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันที่ใช้ KBANK เป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ควบคู่ไปกับการเน้นปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Secured Loan) เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตและเติบโตอย่างมั่นคงตามเป้าหมายที่วางไว้ . 
|
. |