สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเริ่มจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 20% จากเงินปันผลบางประเภทที่ผู้ลงทุนต่างชาติได้รับจากบริษัทที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ หลังยกเว้นการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 1994 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบจัดเก็บภาษีจีนครั้งใหญ่ รัฐบาลจีนประกาศใช้มาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้อัตราภาษีเงินปันผลสำหรับชาวต่างชาติและชาวจีนอยู่ในระดับเดียวกัน จีนเดินหน้าปิดช่องโหว่ เพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บและปิดช่องโหว่ด้านภาษีของรัฐบาลจีน โดยจีนเริ่มเก็บภาษีจากกองทรัสต์นอกประเทศที่จัดตั้งโดยพลเมืองจีน รวมถึงขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังผลกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่พลเมืองจีนได้รับ ผลจากการแก้ไขกฎระเบียบใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้ช่องทางซึ่งนักลงทุนต่างชาติในบริษัทจีนบางแห่งใช้รับเงินปันผลจำนวนมาก แต่เสียภาษีเพียงเล็กน้อย ต้องถูกยกเลิกไป กระทบโครงสร้างธุรกิจจีนที่จดทะเบียนต่างประเทศ ด้านนักวิเคราะห์จาก Australia & New Zealand Banking Group ระบุว่า มาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวในอดีตนั้นเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทที่มีโครงสร้างแบบ Variable Interest Entity (VIE) รวมถึงกลุ่ม Red Chip หรือบริษัทที่จดทะเบียนนอกจีนแผ่นดินใหญ่ โครงสร้างทั้งสองรูปแบบเคยเป็นช่องทางยอดนิยมสำหรับบริษัทจีน เช่น Alibaba Group ในการนำหุ้นไปเสนอขายในต่างประเทศ ซึ่งกำลังถูกลดบทบาทลง ขณะที่รัฐบาลจีนเดินหน้าควบคุมการใช้โครงสร้างธุรกิจนอกประเทศที่มีความซับซ้อนมากขึ้น นักวิเคราะห์ยังระบุว่า “มาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจจีนที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่ดำเนินธุรกิจหลักในประเทศ รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนในตลาดและที่อยู่นอกตลาด ซึ่งมูลค่าการจ่ายเงินปันผลรวมต่อปีของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการครั้งนี้ คาดว่าจะสูงถึงหลายแสนล้านหยวน” หักภาษีปันผลเข้ารัฐ แถลงการณ์ร่วมของกระทรวงการคลังจีนและสำนักบริหารการจัดเก็บภาษีแห่งรัฐ ระบุว่า ภายใต้กฎระเบียบใหม่ บริษัทที่มีเงินลงทุนจากต่างประเทศต้องหักภาษีเมื่อจ่ายเงินปันผล และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากไม่มีการนำส่ง บุคคลต่างชาติจะต้องชำระภาษีดังกล่าวด้วยตนเองภายในวันที่ 30 มิ.ย. ปีถัดไป ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |