CPANEL คาดไตรมาส 4/67 ปิดดีลเข้ารับงานภาครัฐ มูลค่า 200-300 ล้านบาท หลังรัฐทยอยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง พร้อมขยับสัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มเป็น 40% และภาคเอกชนเหลือ 60% หวังลดความผันผวนและสร้างการเติบโตของธุรกิจ พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้โต 20% นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีแพนเนล (CPANEL) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4/67 จะมีโอกาสเข้ารับงานกลุ่มงานภาครัฐ และงานใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น หลังจากบริษัทมีงานภาครัฐที่เข้าร่วมประมูลกับพันธมิตรอยู่มูลค่ารวมประมาณ 200-300 ล้านบาท ทั้งนี้มองว่าทิศทางธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปี 67 มีสัญญาณการเติบโตของงานกลุ่มโครงการภาครัฐต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยแนวสูงในเมืองใหญ่และแนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมากขึ้น ผลักดันให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทมีการปรับกลยุทธ์เพื่อลดความผันผวน กระจายความเสี่ยง และรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มภาครัฐและงานเอกชนประเภทโครงการแนวสูงมากขึ้น รวมถึงงานอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม และโรงพยาบาล โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนงานภาครัฐที่ 40% จากเดิมที่มีสัดส่วน 1% และสัดส่วนงานภาคเป็นเอกชน 60% จากเดิมที่มีสัดส่วน 99% 
ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 1,418 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นงานของภาคเอกชนและคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง อีกทั้งบริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตบนโลก และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดย CPANEL ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตแผ่นผนังคอนกรีตสำเร็จรูปรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint Organization (CFO) นอกจากนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโต 20% จากปีก่อน ภายใต้สมมุติฐานบริษัทได้รับงานใหม่จากกลุ่มภาครัฐเข้ามาเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4/67 ตามที่คาดไว้ “ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 67 การก่อสร้างของภาคอสังหาริมทรัพย์และงานโครงการภาคเอกชน ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่บริษัทยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง มีผลการดำเนินงานดีกว่าค่าเฉลี่ยของภาพรวมอุตสาหกรรมการก่อสร้าง บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน CPANEL จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในตลาดผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของประเทศไทย” นายชาคริต กล่าว |