AXTRART กองรีทกลุ่มซีพี เข้าซื้อขายวันแรกบวก 2.4% มองค้าปลีกปีหน้ายังแข่งดุ แต่กำลังซื้อยังดี - ธุรกิจในเครือยังขยายตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจ คาดสินทรัพย์ในกองจะสร้างรายได้ค่าเช่าเติบโตในปีหน้า พร้อมเดินหน้าขยายสาขาโลตัสทั้งขนาดใหญ่-กลาง นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการ บริษัท แอ็กซ์ตร้า ฟิวเจอร์ ซิตี้ พร็อพเพอร์ตี้ รีท จำกัด (AXTRARM) และประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่ง มีโอกาสที่จะนำกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า แอ็กซ์ตร้า ฟิวเจอร์ ซิตี้ หรือ AXTRART เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังผ่านการแปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าโลตัสส์ รีเทล โกรท หรือ LPF เพื่อขยายโอกาสสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยราคา AXTRART ช่วงเช้าวันนี้อยู่ที่ 12.80 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้น 0.79%1 จากราคา IPO ที่ 12.70 บาท/หน่วย และระหว่างการซื้อขายเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 13 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 2.4% 
สำหรับจุดเด่นของ AXTRART ในฐานะทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่าตลาดสูงติดอันดับ 1ใน 4 ในดัชนี PF&REIT ของไทย ผ่านการลงทุนในห้างค้าปลีก Lotus’s รวม 23 สาขา ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มีพื้นที่ให้เช่ากว่า 340,000 ตร.ม. ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมมากกว่า 32,000 ล้านบาท พร้อมสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหน่วยในระยะยาว ส่วนแผนการลงทุนกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) ปี 68 ยังพูดไม่ได้ เพราะเราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับแผนการขยายสาขาใหม่ มีทุกขนาด ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ในซีพี เอ็กซ์ตร้า (CPAXT) ของเรา ขณะที่กลยุทธ์การขยายสาขายังจำเป็นอยู่ นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็กซ์ตร้า ฟิวเจอร์ ซิตี้ พร็อพเพอร์ตี้ รีท จำกัดในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ AXTRART เปิดเผยว่า มองภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้า เชื่อว่าการจับจ่ายใช้สอย อุปโภคบริโภคยังเติบโต เทรนด์การท่องเที่ยวจะเป็นตัวเร่งส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งก็จะส่งผลมายังรายได้ค่าเช่าเติบโตขึ้น ส่วนแบ่งกำไรก็จะมากขึ้น ส่วนธุรกิจค้าปลีกปี 68 ยังแข่งขันดุเดือดหรือไม่นั้น เห็นด้วย แต่เรามีผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และบริษัท ซีพี เอ็กซ์ตร้า (CPAXT) มีลูกค้าที่ค่อนข้างเหนียวแน่น ทั้งนี้ หลังจาก ‘AXTRART’ ได้รับโอนสินทรัพย์และภาระจาก ‘LPF’ ผ่านการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ‘LPF’ เป็น ‘AXTRART’ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ AXTRART อยู่ในดัชนีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (PF&REIT) ด้วยมูลค่าตลาดสูงติดอันดับ 1 ใน 4 ของไทย ผ่านการลงทุนในห้างค้าปลีกLotus’s รวม 23 สาขา ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มีพื้นที่ให้เช่ากว่า 340,000 ตร.ม. และมูลค่ารวมมากกว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท แอ็กซ์ตร้า ฟิวเจอร์ ซิตี้ พร็อพเพอร์ตี้ รีท จำกัด หรือ "AXTRARM" ผู้จัดการกองทรัสต์ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการและการลงทุนอสังหาฯ ประเภทค้าปลีกโดยเฉพาะ AXTRART เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567โดยหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายให้แก่กองทุนรวม LPF จะถูกจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม ที่มีชื่อปรากฏในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วย ภายใต้อัตราสับเปลี่ยนเท่ากับ 1 หน่วยเดิมของกองทุนรวม LPF ต่อ 1 หน่วยใหม่ของกองทรัสต์ AXTRART รวม 2,337,282,928 หน่วย นอกจากนี้ การแปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาฯ สู่กองทรัสต์ สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายจากค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยได้มากขึ้น และที่สำคัญ AXTRART มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของรอบปีบัญชี สำหรับจุดเด่นของ AXTRART ภายหลังการแปลงสภาพ ได้แก่โอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทรัพย์สินคุณภาพประเภทค้าปลีกบนทำเลศักยภาพ จึงมีโอกาสสร้างการเติบโตที่สูงขึ้น ทั้งยังสามารถกู้ยืมในอัตราที่สูงกว่ากองทุนรวมฯ ในอัตรากู้ยืมเงินลงทุน 35% ของสินทรัพย์รวม (60% หากได้รับ Credit rating ระดับ Investment Grade) เพิ่มโอกาสการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น รวมทั้งกองทรัสต์มีรูปแบบการบริหารที่เป็นสากล สร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น” ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา AXTRART สามารถสร้างรายได้จากการเช่าพื้นที่กว่า 2,800 ล้านบาทต่อปี โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้รวมกว่า 1,461 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกองทรัสต์ฯ บริหารพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ของศูนย์การค้า Lotus’s ทั้ง 23 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งกรรมสิทธิ์ (FREEHOLD 80%) และสิทธิการเช่า (LEASEHOLD 20%) กับพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 340,000 ตร.ม. ประกอบด้วย - โครงการที่ลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร จำนวน 14 โครงการ ได้แก่ ศรีนครินทร์ กระบี่ ประชาชื่น รังสิต คลอง 7 ทุ่งสง สิงห์บุรี ปราณบุรี มหาชัย แม่สายระนอง ภูเก็ต ศาลายา นครศรีธรรมราช และนวนคร - โครงการที่ลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารบางส่วนควบคู่กับสิทธิการเช่าที่ดินจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ สมุย และพิษณุโลก
- โครงการที่ลงทุนในกรรมสิทธิ์อาคารและสิทธิการเช่าที่ดิน จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ อมตะนคร เพชรบูรณ์ ลำลูกกา คลอง 6 เสนา รังสิต-นครนายก และบางปู
- โครงการที่ลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการพระราม 1
"การแปลงสภาพจากกองทุนรวมฯ LPF เป็น AXTRART ไม่เพียงเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้นให้แก่นักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสร่วมเติบโตในธุรกิจค้าปลีก ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อีกทั้ง การมีสินทรัพย์บนทำเลศักยภาพที่ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการต่อสัญญา สร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมเปิดโอกาสปรับเพิ่มค่าเช่าหรือขยายพื้นที่ในอนาคต" นายสานต่อ กล่าวสรุป 
|