BCH แจ้งอยู่ระหว่างทำ Due Diligence เข้าลงทุนใน "โรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี" เพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการ ผล้กดนการเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของภาคอีสานตอนล่าง และพื้นที่ สปป.ลาว คาดสรุปผลศึกษาในไตรมาส 3/69 ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) กับบริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี" ทั้งนี้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุน เพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการโรงพยาบาลเอกชนไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทั้งยังมีศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยจากจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงผู้รับบริการจากพื้นที่ตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายฐานผู้รับบริการและเสริมสร้างเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล และโรงพยาบาลการุญเวช ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 15 แห่ง ในประเทศไทย และ 1 แห่งในสปป.ลาว ทั้งนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) ซึ่งครอบคลุมด้านกฎหมาย บัญชี และการดำเนินงาน รวมถึงการเจรจาเงื่อนไขการลงทุนที่สำคัญในการเข้าทำธุรกรรมโดยไม่มีข้อผูกพันในการซื้อขาย การทำธุรกรรมดังกล่าวยังคงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสถานะกิจการ และการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท คาดว่าการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น BCH จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้ ปัจจัยบวก ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มทยอยดีขึ้นตั้งแต่ Q2/69 จากปัจจัยฤดูกาลของกลุ่มผู้ป่วยเงินสด และคาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่นยิ่งขึ้นในช่วง 2H/69 รายได้กลุ่มประกันสังคมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดย บล.กรุงศรี คาด Q2/69 เติบโตราว 4% YoY จากค่ารักษาต่อหัวโรคยากซับซ้อน ขณะที่ บล.ทิสโก้ มองว่าได้แรงหนุนจากการขยายบริการตรวจสุขภาพ การรักษาโรคต้นทุนสูงที่รับประกันอัตราชดเชยแล้ว และมีโอกาสรับรู้รายได้ภาระเสี่ยงเพิ่มเติมซึ่งมีต้นทุนส่วนเพิ่มน้อย ช่วยหนุนอัตรากำไร ) รายได้ผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ฟื้นตัวต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มเงินสดและคุณภาพรายได้ อีกทั้งแรงกดดันจากฐานสูงของกลุ่มผู้ป่วยกัมพูชาจะหมดไปในช่วง 2H/69 ราคาหุ้นปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยลดลง 10% ตั้งแต่ต้นปี และซื้อขายที่ Forward EV/EBITDA เพียง 7.8 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีถึง -1.8 SD) ทำให้ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวเต็มที่ มีปัจจัยหนุน (Catalysts) รออยู่ในอนาคต: มีโอกาสได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทน/ค่ารักษาของประกันสังคม ซึ่ง BCH เป็นผู้ได้ประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มฯ รวมถึงความเป็นไปได้ในการจ่ายเงินปันผลพิเศษที่อาจช่วยเกิดการ Re-rating มูลค่าหุ้น ปัจจัยลบ บล.ทิสโก้ ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2568 ลง 11.1%, 11.3% และ 11.6% ตามลำดับ โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะหดตัว 7.5% YoY ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวเล็กน้อย 3.0% YoY ในปี 2570 และ 2.0% YoY ในปี 257 คาดการณ์รายได้รวมปี 2569 จะเติบโตเพียง 0.4% YoY จากอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นเติบโต 5.3% YoY ในปี 2570 สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติบางกลุ่มในช่วงที่ผ่านมา ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น BCH เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |