สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 12 ต.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 332 | | บล.เมย์แบงก์ | ซื้อ | 315 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 310 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 305 | | บล.หยวนต้า | TRADING | 300 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 294 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 290 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 264.1 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 248 | | บล.ทิสโก้ | ขาย | 236 |
สรุปปัจจัยบวกจากมุมมองของนักวิเคราะห์ + กำไรไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY): คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 พลิกกลับมามีกำไรได้แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 669 ล้านบาท โดยคาดการณ์กำไรอยู่ในกรอบ 2,770 - 4,400 ล้านบาท (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + ดีลร่วมทุน (JV) ระหว่าง SCGC และ PTTGC: ตลาดคาดหวังความคืบหน้าการร่วมทุนที่จะประกาศในช่วงปลายเดือน ต.ค. 69 ซึ่งจะช่วยสร้าง Synergy ลดความซ้ำซ้อนของการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ (Feedstock integration) และเป็น Upside ระยะยาว (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.เมย์แบงก์) + โครงการ LSP เปลี่ยนมาใช้อีเทน (Ethane) เร็วขึ้น: การเร่งโครงการ LSPE ในเวียดนามให้เสร็จช่วงกลางปี 2570 จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีนัยสำคัญ (ต้นทุนต่ำกว่าแนฟทาราว 200–250 เหรียญสหรัฐ/ตัน) ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างต้นทุนธุรกิจปิโตรเคมี (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์) + ภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มปิโตรเคมีเริ่มคลี่คลาย: ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ในเอเชีย (ญี่ปุ่น เกาหลี จีน) ช่วยให้สถานการณ์อุปทานส่วนเกินลดลง หนุนส่วนต่างราคาปิโตรเคมีให้ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวัฏจักร (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) + ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ฟื้นตัวหนุนกำไรกลุ่ม: ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของบริษัท Fajar ในอินโดนีเซีย และธุรกิจ Integrated Packaging ที่กลับมาแข็งแกร่ง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.เมย์แบงก์) + ความสำเร็จในการลดต้นทุนและปรับโครงสร้าง: ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง (CBM) เริ่มเห็นผลประหยัดจากการลดต้นทุนราว 300 ล้านบาท (ตั้งเป้า 1,000 ล้านบาท/ปี ใน 3 ปี) รวมถึงยอดขายซีเมนต์ในต่างประเทศอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวดีขึ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ) + แนวโน้มไตรมาส 4/69 จะกลับมาเติบโต QoQ: คาดกำไรจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากโรงงาน ROC กลับมาดำเนินงานเต็มไตรมาส (ช่วยเพิ่มปริมาณขายปิโตรเคมี) ธุรกิจ CBM ผ่านพ้นช่วงฤดูฝน และมีรายได้จากเงินปันผลตามฤดูกาลเข้ามาหนุน (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) สรุปปัจจัยลบจากมุมมองของนักวิเคราะห์ - กำไรไตรมาส 3/69 หดตัวรุนแรงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ): คาดกำไรสุทธิลดลงหนัก 62% - 76% QoQ (ประเมินกำไร 2,770 - 4,400 ล้านบาท) จากฐานกำไรไตรมาส 2 ที่สูงผิดปกติ การขาดหายไปของเงินปันผลรับ และผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - ธุรกิจปิโตรเคมีถูกกดดันจากการหยุดซ่อมโรงงาน: ปริมาณขายและกำไรลดลงจากการหยุดดำเนินการของโรงงาน LSP (Long Son Petrochemicals) แบบเต็มไตรมาส (แบกรับต้นทุนคงที่ราว 3,000 ล้านบาท) และการหยุดซ่อมของโรงงาน ROC ราว 2.5 เดือน (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (Spread) อ่อนตัวลง: ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ HDPE, PP และ PVC ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน (เช่น HDPE ลดลง 27% QoQ) รวมถึงกำไรจากสต๊อกสินค้าที่คาดว่าจะลดลง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์) - แผนปิดซ่อมบำรุงโรงงาน MOC ในไตรมาส 4/69: มีกำหนดการปิดซ่อมบำรุงโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC) ราว 30-40 วันในช่วงปลายปี ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันปริมาณขายปิโตรเคมีต่อเนื่อง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า) - อุปสงค์ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง (CBM) ในประเทศชะลอตัว: ได้รับผลกระทบตามฤดูกาลจากฤดูฝน ภาวะน้ำท่วม และตลาดอสังหาริมทรัพย์/ที่อยู่อาศัยในไทยที่ยังคงซบเซา (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - อุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะยาวยังท้าทาย: คาดว่ากำไรน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 2/69 โดยอุปทานใหม่ของ PE/PP ในเอเชียจะยังทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงปี 2569-2571 กดดันการฟื้นตัว (บล.ทิสโก้, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - ราคาหุ้นตอบรับข่าวบวกไปมากแล้ว (Priced in): โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น (Upside) เริ่มจำกัด เนื่องจากตลาดได้รับรู้ประเด็นเก็งกำไรเรื่องผลประกอบการปิโตรเคมีและดีล JV กับ PTTGC ไปพอสมควรแล้ว (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) . |