GULF ตั้งอีก 2 บริษัทย่อย เตรียมความพร้อมพัฒนา Data Center และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หลังเปิดตัว 3 โครงการศูนย์ข้อมูล กำลังการให้บริการรวม 163.7 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและ EEC นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ 03 จำกัด (GEDC03) และบริษัท กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ 04 จำกัด (GEDC04 ) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยด้วยทุนจดทะเบียนบริษัทละ 1,000,000 บาท การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลของบริษัทฯ ในอนาคต ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินโครงการศูนย์ข้อมูลทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ GSA01 ขนาดกำลังการให้บริการรวมสูงสุดไม่เกิน 25.6 เมกะวัตต์ (บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 40) ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ขณะที่โครงการ GSA02 ขนาดกำลังการให้บริการรวมสูงสุดไม่เกิน 38.1 เมกะวัตต์ (บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 40) ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2570 โครงการ GEDC01 ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดกำลังการให้บริการรวมสูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ (บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 70) ตั้งอยู่ในเขต EEC จังหวัดระยอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 ปี 2570 การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลตามนโยบายของบริษัทฯ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น GULF จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ ปัจจัยบวก ผลประกอบการ Q2/69 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1.33 หมื่นล้านบาท และกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 1.15 หมื่นล้านบาท หนุนโดยการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลาย ประเทศลาว ประมาณ 1.8-1.9 พันล้านบาท และรับเงินปันผลจาก KBANK ราว 2.8-2.9 พันล้านบาท รวมถึงปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ยกระดับสู่ผู้นำ Digital Infrastructure เดินหน้าลงทุน Data Center เต็มสูบ โดยปรับเปลี่ยนโมเดลการลงทุนในโครงการ GEDC01 จากการถือหุ้น 40% เพิ่มเป็น 70% พร้อมขยายกำลังการผลิตเฟสแรกเป็น 50MW และตั้งเป้าหมายขยายสู่ 1-2GW ในระยะยาว เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า Hyperscaler ชั้นนำระดับโลก เช่น Google, Microsoft และ AWS ซึ่งจะช่วยสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ให้แก่บริษัท การต่อยอด Synergy ภายในกลุ่มธุรกิจ (GULF Assemble) นำโดยการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าสู่บริการดิจิทัล (Power-to-Compute) การนำพลังงานหมุนเวียนจากไทย ลาว และโอมาน ขายในรูปแบบ Green PPA ให้แก่ลูกค้า Data Center รวมถึงการประสานความร่วมมือกับ ADVANC และ THCOM เพื่อขยายฐานลูกค้า การเงิน ดิจิทัลแอสเซท และระบบโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงข้อมูล ปัจจัยลบ ภาระการลงทุน (Capex) และระดับหนี้สินที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาถือหุ้นในโครงการ Data Center เพิ่มเป็น 70% และการขยายกำลังการผลิตระยะยาว สอดคล้องกับการเร่งการลงทุนใน Digital Infrastructure ที่ทำให้ระดับ Leverage เพิ่มขึ้น แม้จะยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ก็ตาม ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล นักลงทุนยังคงต้องติดตามความสำเร็จในการสร้างสัดส่วนกำไรจากธุรกิจดิจิทัล รายได้และ EBITDA ที่จะเพิ่มขึ้นหลังเข้าถือหุ้น Data Center มากขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง AI Investment Vehicle หรือการโอนสินทรัพย์เข้ากอง REIT ในอนาคต (บล.บัวหลวง) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น GULF เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |