LPN ตั้งเป้าปี 68 ยอดขาย 8,500 ล้านบาท และรายได้ 8,300 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน พร้อมเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท วางกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจแบบยืดหยุ่นท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาฯ และความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ปักธง 5 ปี ขึ้น TOP10 ในกลุ่มอสังหาฯอีกครั้ง นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทมีเป้าหมายยอดขาย 8,500 ล้านบาท และรายได้รวม 8,300 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2567 ที่มียอดขาย 8,450 ล้านบาท รายได้รวม 8,000 ล้านบาท มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสำคัญ คือการนำบริษัท กลับไปสู่ TOP10 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ภายใน 5 ปี ปีนี้มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 2 โครงการ บนทำเลถนนรามอินทรา และอ่อนนุช มูลค่ารวม 3,350 ล้านบาท และ โครงการบ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยม จำนวน 2 โครงการ บนทำเลถนนพระราม 5 และพุทธมณฑลสาย 4 มูลค่ารวม 2,650 ล้านบาท และให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนทุกวัยอย่างมี สุขภาวะที่ดี (Universal and Wellness Design) ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในรูปแบบของครอบครัวและการใช้ชีวิตแบบคนโสด โดยบริษัทมีแผนในการปรับพอร์ตการลงทุนซื้อที่ดินที่เหมาะสำหรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมมากขึ้น "เรามีการวางแผนในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น เพราะนับว่าคอนโดมิเนียมของ LPN ยังเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าให้การยอมรับและเชื่อมั่นมายาวนาน อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ซื้อในปัจจุบันที่เน้นการเช่ามากกว่าการซื้อ ทำให้คอนโดมิเนียมยังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุน และสำหรับปีนี้เราเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยจำนวนใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นที่ดินเดิมที่พร้อมพัฒนาเป็นโครงการในรูปแบบบ้านพักอาศัยอยู่เดิม แต่สัดส่วนการเปิดคอนโดมิเนียมจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2569 เป็นต้นไป" นางสาวดารณี กล่าว 
นอกจากนี้ให้ความสำคัญกับการบริหารการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาธุรกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคงในอัตรา 5 - 10% ต่อปี การจัดการสภาพคล่องทางการเงิน โดยการลดปริมาณสินค้าคงเหลือ (Inventory) ให้ได้มากที่สุด และการสร้างรายได้จากหน่วยธุรกิจให้เช่าและการให้บริการ เพื่อเพิ่มกระแสเงินสด และรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น เพียงพอต่อการบริหารจัดการ และ การลงทุนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าคงเหลือพร้อมขายมูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท และมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท นอกจากนั้น LPN ยังมีแผนการปล่อยแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทั้งปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อทั้งลูกค้าที่ซื้ออยู่เอง และกลุ่มนักลงทุน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว อ นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยทั้งประเภทอาคารชุดและบ้านพักอาศัยแล้ว แอล.พี.เอ็น. ยังมีบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และสร้างรายได้ให้กับบริษัท ทั้งบริษัทบริหารจัดการโครงการอย่าง บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับจากลูกค้าในการบริหารจัดการนิติบุคคลกว่า 260 โครงการ สำหรับ แผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ต้องปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจ สู่แนวคิด "Healthy Resilience" โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องมีความยืดหยุ่นขึ้น เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยแกนหลัก "5P" ทั้งนี้สถานการณ์ของเศรษฐกิจปัจจุบัน จะเห็นชัดว่าเป็นปีที่ท้าทายการทำงานของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยภายในประเทศชะลอตัว จากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงอยู่เกิน 90% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Products : GDP) และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากความสามารถในการชำระคืนหนี้ของผู้ซื้อลดลงต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป จากผลการสำรวจของหลายสำนักวิจัยพบว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เน้นการเช่ามากกว่าการซื้อเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอต่อการซื้อที่อยู่อาศัย โดยกระทบมาจากทั้งราคาที่ดิน ราคาวัสดุก่อสร้าง ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ นอกจากนี้จะมีการปรับกระบวนการทำงานให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการใช้นวัตกรรมข้อมูล และเทคโนโลยีให้มากขึ้น ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน โดยมุ่งสู่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตั้งแต่การจัดซื้อที่ดิน งานออกแบบ การก่อสร้าง การส่งมอบ และการบริหารจัดการโครงการหลังการส่งมอบ เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้า รวมทั้งให้ความสำคัญกับการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปรับปรุงกระบวนการทำงานและการก่อสร้างไปสู่การเป็น Net Zero Waste Developer ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2566 และดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก ก่อนที่กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้จะเป็นปีที่บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการทำงาน เพิ่มการอบรมในทุกๆ ด้าน การใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยี ให้สามารถทำงานร่วมกัน มีทักษะในการเรียนรู้ปรับตัวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า ปี 2568 จะเป็นปีที่ LPN พร้อมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อต่อยอดในการดำเนินธุรกิจโดยร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันและเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจอสังหาฯ จนสามารถสร้างรายได้และยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และมุ่งหวังให้พันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจสามารถที่จะได้รับผลตอบแทน ที่เหมาะสมต่อเนื่อง และจากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการรับเรื่องพิจารณาผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนการให้สินเชื่อซื้อบ้านโดยเทียบมูลค่า (Loan to Value : LTV) ซึ่งอยู่ระหว่างการนำข้อมูลต่างๆ มาพิจารณา โดยคาดว่าน่าจะมีข้อสรุปภายในไตรมาส 2/2568 ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบแล้ว คาดว่าจะส่งผลเชิงบวกกับลูกค้า โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียม เพราะปัจจุบันลูกค้า LPN จำนวนมากซื้อคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังที่ 2 เพื่อไว้พักอาศัยระหว่างช่วงวันทำงาน เนื่องจากคอนโดมิเนียมอยู่ในทำเลศักยภาพใกล้ที่ทำงานและรถไฟฟ้า สะดวกในการเดินทาง " ถึงแม้ปีนี้จะเป็นอีกปีที่ท้าทาย แต่เชื่อว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจ "Healthy Resilience" จะทำให้พวกเราก้าวข้ามความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปี 2568 โดยที่มียอดขายและรายได้ตามแผนที่วางไว้" ดารณี กล่าว |