สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ต.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 40.00 บาท | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 39.00 บาท | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 38.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 37.00 บาท | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 35.93 บาท | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 35.00 บาท | | บล.กรุงศรี | Buy | 35.00 บาท | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 34.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | Add | - |
สรุปปัจจัยบวก
+ ผลการดำเนินงาน 3Q69 เติบโตแข็งแกร่ง YoY กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.0 - 2.03 พันล้านบาท (+113% YoY) และกำไรหลักอยู่ที่ 1.9 - 2.03 พันล้านบาท (+95% ถึง +99% YoY) โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวในต่างประเทศ การปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย (ASP) และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีกำไรพิเศษ เช่น กำไรจากการต่อรองราคาซื้อกิจการ (Gain on bargain purchase) 109 ล้านบาท (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + บริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) ในอินโดนีเซียฟื้นตัวต่อเนื่องและมีกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 หลังปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ปรับโครงสร้างต้นทุนและพลังงาน มุ่งเน้นตลาดในประเทศ และผู้ผลิตรายใหญ่หยุดการแข่งขันด้านราคา (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + ธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) มีผลการดำเนินงานที่เติบโตเด่น EBITDA เพิ่มขึ้น 62% YoY จากราคาขายเยื่อกระดาษที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเยื่อเคมีละลายได้ (Dissolving Pulp) ที่ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงปริมาณขายบรรจุภัณฑ์อาหารในยุโรปที่เพิ่มขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ปริมาณขายและอุปสงค์ในภูมิภาคยังขยายตัว โดยเฉพาะความต้องการในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงการนำเข้ากระดาษของจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนระดับราคาขายในภูมิภาค (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้) + แนวโน้มผลงานช่วง 4Q69 คาดได้รับแรงหนุนจากปัจจัยตามฤดูกาล (Seasonal demand) ทั้งเทศกาลปลายปี การเตรียมสินค้าสต็อกล่วงหน้ารองรับเทศกาลตรุษจีนและฮารีรายอ รวมถึงการทยอยรับรู้ประโยชน์จากการลงทุนใหม่ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน โดยบริษัทมีแผนและสามารถปรับเพิ่มราคาขายขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ท่ามกลางภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทิสโก้) + ค่าใช้จ่าย SG&A ในงวด 3Q69 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ (บล.บัวหลวง) + การปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 10%/5% เป็น 7.1/7.5 พันล้านบาท สะท้อนราคาขายเฉลี่ย (ASP), อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และปริมาณขายรวมที่เพิ่มขึ้น (บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิและกำไรหลักในงวด 3Q69 ปรับตัวลดลง 12% ถึง 17% QoQ เนื่องจากถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) - อัตรากำไร (Margin) ลดลง QoQ โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging) จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ถ่านหิน) รวมถึงสเปรด (Spread) ราคากระดาษกับ RCP ที่แคบลง (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) - ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยชะลอตัวลง QoQ จากผลกระทบของฤดูฝน การท่องเที่ยว การระบายสินค้าคงคลังของลูกค้า และความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้) - กลุ่มกระดาษพิมพ์เขียนเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์) - กำไรของธุรกิจ Recycling อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ (บล.บัวหลวง) - ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภูมิภาคชะลอตัว รวมถึงความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ความเสี่ยงด้านค่าขนส่ง ความเสี่ยงในการด้อยค่าจากดีล M&A และความเสี่ยงของประเทศ (Country risk) (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - กำไรหลัก 4Q69F อาจมีโมเมนตัมที่อ่อนตัวหรือลดลง QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลที่ผ่านพ้นช่วงสะสมสต็อกในไตรมาสก่อนหน้า และแรงกดดันจากต้นทุนกระดาษรีไซเคิลกับค่าขนส่งที่ยังทรงตัวสูง (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) . |