Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
    • ESG 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
22 ก.ย. 2026 เวลา 14:49

TISCO ปรับจีดีพีไทยปี 69 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.1% เดิม 1.8% รับอานิสงส์ส่งออก AI เตือนปี 70 ชะลอตัวเหลือ 2%

TISCO ปรับจีดีพีไทยปี 69 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.1% เดิม 1.8% รับอานิสงส์ส่งออก AI เตือนปี 70 ชะลอตัวเหลือ 2%

Share

twitter icon
line icon
 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ก.ย. 69 14:49 น.

 

TISCO ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 69 เป็น 2.1% จากเดิม 1.8% จากแรงส่งการลงทุน AI และ ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เตือนปี 70 อาจชะลอลงเหลือ 2.0% จากแรงกดดันค่าครองชีพ พลังงานทรงตัวสูง และ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คาด กนง. หั่นหรือคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ยาวถึงกลางปี 70 ฉุดเงินบาทอ่อนค่าแตะ 34.50 บาท/ดอลลาร์ พร้อมแนะเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง รับมือภาวะ "Japanification" ที่ไทยสุ่มเสี่ยงหนักกว่าญี่ปุ่น เนื่องจากรายได้ต่อหัวยังต่ำ

 

***เศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% ก่อนชะลอสู่ 2.0% ในปีหน้า

 

นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI และ ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ TISCO ESU ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.8% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออก และ การลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า

 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง และ การนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 3% ของจีดีพีในปีนี้ ขณะเดียวกัน TISCO ESU คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% อย่างน้อยจนถึงกลางปี 2570 ซึ่งสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงสู่ระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น และ อาจกลับมาอยู่เหนือระดับ 4% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

 

TISCO ESU ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และ ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟื้นตัวดี แต่การขยายตัวในปี 2570 มีแนวโน้มชะลอลงสู่ระดับ 2.0% จากแรงกดดันด้านค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ประกอบกับ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่ทยอยสิ้นสุดลง รวมถึงข้อจำกัดด้านฐานะการคลังที่ทำให้มีพื้นที่การกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังมีแนวโน้มชะลอการผลิตเพื่อเร่งระบายสินค้าคงคลังที่สะสมไว้ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปที่ไม่ควรมองข้าม

 

***แนะเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง รับมือภาวะ "Japanification"

 

นายเมธัส กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างที่หลายฝ่ายเรียกว่า "Japanification" หรือ ภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเริ่มฝืดต่อเนื่อง และ กำลังแรงงานลดลง ซึ่งมีความคล้ายกับสถานการณ์ของญี่ปุ่นในช่วงก่อนเข้าสู่ยุค "The Lost Decade" หรือ ทศวรรษที่สูญหาย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของไทยอาจรุนแรงกว่า เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศไทยมีระดับรายได้ต่อหัวต่ำกว่าญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าวเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่ความสามารถในการดำเนินนโยบายการคลัง และ นโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจก็มีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้การยกระดับศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาวเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ

 

ทั้งนี้ TISCO ESU มองว่า ความท้าทายสำคัญของไทยในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น แต่คือ การทำให้การลงทุนเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแม้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังคงมีสัดส่วนเพียง 1.7% ของภาคการผลิตเท่านั้น

 

นอกจากนี้ การยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้สามารถปรับตัว และ อยู่รอดได้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมดั้งเดิมมีสัดส่วนกว่า 3 ใน 4 ของภาคการผลิตอุตสาหกรรม จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างศักยภาพการเติบโตของทั้งประเทศให้สูงขึ้น เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่กระจายตัวอย่างทั่วถึง มั่นคง และ ยั่งยืนในระยะยาว

 

.

 .

 

***จับตายีลด์สหรัฐฯ พุ่งเร็วกระทบหุ้น

 

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5% หนึ่งในคำถามสำคัญของนักลงทุนทั่วโลกขณะนี้ คือ ระดับบอนด์ยีลด์ดังกล่าวเริ่มกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหรือไม่ โดย TISCO ESU มองว่า ประเด็นที่ควรกังวลไม่ใช่ "ระดับ" ของบอนด์ยีลด์ แต่เป็น "ความเร็ว" ของการปรับขึ้นมากกว่า เนื่องจากในอดีตตลาดหุ้นสามารถปรับตัวรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงได้ หากการปรับเพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ และ ผลประกอบการภาคธุรกิจ

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.77% โดยมีแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

 

1.ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านรอบใหม่ที่ผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น

 

2.ความไม่แน่นอนจากการลดการสื่อสารของ Fed

 

3.อุปทานตราสารหนี้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น จากการขาดดุลการคลังระดับสูงทั่วโลก รวมถึงความต้องการออกหุ้นกู้ของภาคธุรกิจเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI อย่างไรก็ตาม แม้บอนด์ยีลด์จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ดัชนี S&P 500 ยังสามารถยืนใกล้ระดับสูงสุดได้ สะท้อนว่า การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นได้

 

"ข้อมูลศึกษาย้อนหลังของ TISCO ESU ตั้งแต่ปี 2505 พบว่า การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์อย่างค่อยเป็นค่อยไปมักไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นมากนัก เนื่องจากสามารถถูกชดเชยด้วยการเติบโตของกำไรบริษัทได้ แต่หากยีลด์อายุ 10 ปีปรับขึ้นเกิน 0.50% ภายในหนึ่งเดือนโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับฐานมากกว่า 5% ในช่วงสามเดือนถัดไปจะเพิ่มขึ้นเกิน 50% และ หากยีลด์ปรับขึ้นเกิน 1% โอกาสเกิดการปรับฐานจะเพิ่มเป็นราว 78% สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยที่ตลาดกังวลไม่ใช่ระดับของบอนด์ยีลด์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเร็วของการปรับขึ้นด้วย ดังนั้น ภายใต้กรณีฐานที่ TISCO ESU คาดว่า บอนด์ยีลด์จะทรงตัวใกล้ระดับ 5% ดัชนี S&P 500 จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับราว 7,800-8,000 จุดได้ภายในสิ้นปี 69 แต่ในกรณีเลวร้ายที่ยีลด์ปรับขึ้นไปถึง 6% ตลาดอาจเผชิญแรงขายจนดัชนีปรับลดลงสู่ระดับประมาณ 6,500 จุด"

 

***AI ฟองสบู่จริงหรือ?

 

สำหรับความกังวลที่ว่ากระแสการลงทุนด้าน AI อาจพัฒนาไปสู่ภาวะฟองสบู่เช่นเดียวกับในอดีตนั้น TISCO ESU ประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโดยทั่วไปการที่ฟองสบู่จะลุกลามกลายเป็นวิกฤตทางการเงินได้ก็ต่อเมื่อเกิดเงื่อนไขสองประการพร้อมกัน คือ “ความเชื่อที่ผิด” และ งบดุลที่เปราะบาง เกินกว่าจะรองรับความผิดพลาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวิกฤตซับไพรม์ปี 2008

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจ AI ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Microsoft , Alphabet , Amazon , Meta และ Nvidia ล้วนมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูง และ มีรายได้จากธุรกิจหลักรองรับการลงทุน ทำให้หากผลลัพธ์ของการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาด บริษัทเหล่านี้อาจเพียงแค่ปรับลดแผนการลงทุนลงมากกว่าจะเผชิญปัญหาด้านฐานะการเงิน ในระดับที่จะนำไปสู่การล้มละลาย แตกต่างจากวิกฤตดอทคอมหรือซับไพรม์ในอดีต ที่อาศัยการก่อหนี้จำนวนมากและมีความเปราะบางต่อความผันผวนของตลาดอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ TISCO ESU จึงมองว่า แม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะอยู่ในช่วงที่ร้อนแรง แต่ยังไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงระบบในระดับเดียวกับวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

 

***เตือนโลกเข้าสู่ยุค "More Debt, Less Fiscal Space" หนี้สาธารณะพุ่ง-ดอกเบี้ยสูง กดดันความยั่งยืนทางการคลัง

 

นายธนภัทร ธนชาต นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นในขณะนี้ ไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นเรื่อง ความยั่งยืนทางการคลัง ของแต่ละประเทศด้วย ท่ามกลางภาวะหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายประเทศยังคงเผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐปรับสูงขึ้น และจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

"โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค More Debt, Less Fiscal Space หรือ ยุคที่รัฐบาลมีภาระหนี้สูงขึ้น ขณะที่ความสามารถในการใช้นโยบายการคลังกลับลดลง โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ภาระดอกเบี้ยเริ่มเพิ่มขึ้นจนเบียดบังการใช้จ่ายภาครัฐในด้านอื่น ๆ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านการคลังมากกว่าที่เคย สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ทยอยปรับสูงขึ้นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ฝรั่งเศส อังกฤษ และ อิตาลี"

 

ในมุมมองของ TISCO ESU ความเปราะบางด้านการคลังกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาของความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ในขณะที่ธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลกเริ่มกลับเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นอีกครั้งในปี 2569 โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับ 3.75-4.00% ในเดือนกันยายน พร้อมส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับขึ้นเพิ่มเติมในช่วงปลายปี ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ก็มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งหนี้สูงและดอกเบี้ยสูงไปพร้อมกัน และ มีแนวโน้มทำให้ต้นทุนทางการเงินของทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชนทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

 

***เตือนวิกฤตต้นทุนเงินพุ่ง! โลกหลายขั้วเร่งลงทุน AI-เทคโนโลยี ดันยีลด์ทั่วโลกทำนิวไฮรอบหลายทศวรรษ

 

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในโลกที่หลายประเทศต้องเผชิญข้อจำกัดด้านการคลังมากขึ้น ปัจจัยที่จะเข้ามากำหนดทิศทางตลาดการเงินและตลาดทุนในทศวรรษข้างหน้า ไม่ได้มีเพียงแนวโน้มเศรษฐกิจหรืออัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจโลก จากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกหลายขั้วอำนาจ ที่ประเทศมหาอำนาจต่างเร่งลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การผลิต และการค้า ส่งผลให้ความต้องการเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก

 

ในด้านหนึ่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของวัฎจักรเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรภาคธุรกิจและสร้างแรงหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้น แต่อีกด้านหนึ่ง การที่หลายประเทศและภาคธุรกิจเร่งลงทุนพร้อมกันกลับทำให้ความต้องการเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด ผลักดันให้ต้นทุนของเงิน หรือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป ที่ทยอยแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบหลายทศวรรษในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

 

***กางกลยุทธ์รับโลกผันผวน ชู "หุ้น-สินค้าโภคภัณฑ์" สินทรัพย์ชูโรง พร้อมแนะพักเงินในตราสารหนี้ระยะสั้น

 

ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว TISCO ESU มองว่า การจัดพอร์ตสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว (Structural Allocation) ควรให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างโอกาสในการสร้างผลตอบแทน และ การบริหารความเสี่ยง โดยตราสารหนี้ระยะยาวยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทยอยสะสมได้ จากระดับอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งเข้าลงทุนในทันที เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวใกล้ระดับปัจจุบันต่อเนื่องไปอีกหลายปี ขณะที่ตราสารหนี้ระยะสั้นถึงระยะกลาง ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในช่วงนี้ เพราะมีความผันผวนด้านราคาที่ต่ำกว่า

 

ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนในยุคนี้ ทั้งตราสารทุน และ สินทรัพย์ทางเลือกอย่างสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนของโลก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี AI การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งผลให้ทั้งกำไรของภาคธุรกิจ และ ความต้องการวัตถุดิบมีแนวโน้มเติบโตไปพร้อมกัน

 

นอกจากนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้ดี โดยเฉพาะในโลกที่ต้องเผชิญแรงกระแทกจากหลากหลายปัจจัย ทั้งภาวะทางเศรษฐกิจ (Economic Shock) นโยบายการเงิน (Monetary Shock) และ ความเสี่ยงด้านอุปทาน (Physical Supply Shock) ซึ่งมีแนวโน้มเกิดบ่อยครั้งมากขึ้นในยุคแห่งความขัดแย้ง และ ความไม่แน่นอนสูง

 

.

 .

 

เรียบเรียง
กรณัช พลอยสวาท
อีเมล : koranat@efinancethai.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพีส่งออกเศรษฐกิจรัฐบาลการเมืองหุ้นดอกเบี้ยAI

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที