SCGP มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 1.3 แสนลบ. รับยอดขายอินโดนีเซียและเวียดนามขยายตัวต่อเนื่อง มั่นใจ EBITDA โตเกินกว่าเป้าที่วางไว้ 18,300 ลบ. พร้อมแย้มบอร์ดไฟเขียวลงทุน M&P ในอินเดีย รอลุ้นจบดีลทันภายในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่าบริษัทมั่นใจว่ารายได้ทั้งปี 69 จะทำได้ตามเป้าหมายที่ระดับ 130,000 ล้านบาท หลังจากในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้จากการขายแล้วประมาณ 94,326 ล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 4/69 คาดว่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 3/69 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค การฟื้นตัวของตลาดอินโดนีเซียและเวียดนาม รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่
ทั้งนี้ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 4/69 คาดว่าความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังได้รับแรงหนุนจากการผลิตสินค้าเพื่อเตรียมรองรับเทศกาลปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า ทั้งเทศกาลปีใหม่,เทศกาลตรุษจีน,เทศกาลเต๊ดในเวียดนาม และฮารีรายาในอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตามช่วงวันหยุดปลายปี ภาระหนี้ครัวเรือน เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่อาจจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ขณะที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาเศษกระดาษปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย บริษัทจึงเตรียมที่จะปรับราคาขายของกระดาษให้สอดคล้องกับต้นทุน อย่างไรก็ตามยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต โดยปัจจุบันมีดีลในมืออยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งจะมุ่งเน้นขยายธุรกิจในเวียดนามและอินเดีย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้นในต้นปี 70 ส่วนเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปีนี้ มั่นใจว่าเกินจากเป้าหมายที่วางไว้ระดับ 18,300 ล้านบาท และอัตรากำไร (Margin) ที่ระดับ 14% หลังจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามี EBITDA แล้ประมาณ 15,819 ล้านบาท และอัตรากำไรที่ระดับ 17% ด้านงบลงทุนบริษัทตั้งไว้ปีนี้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาใช้ไปแล้วประมาณ 4,081 ล้านบาท และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในแง่ของการเติบโต เช่น โครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมในประเทศไทยที่มีค่าใช้จ่ายบางส่วนในงวดไตรมาส 4/69 และที่เหลือในปีหน้า และยังมีการลงทุนขยายการลงทุนสร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกแห่งใหม่ในภาคใต้ของประเทศเวียดนาม รวมถึงขยายไลน์การผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะมีเงินลงทุนจำนวนมากที่ต้องใช้ในงวดไตรมาส 4/69 นอกจากนี้สำหรับความคืบหน้าการเข้าซื้อกิจการ (M&P) ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้อนุมัติให้บริษัทได้เข้าลงทุนดีลในประเทศอินเดียแล้ว ซึ่งในส่วนของรายละเอียดหลังจากนี้ยังต้องรอกระบวนการพิจารณาว่าจะสามารถจบดีลดังกล่าวได้ทันภายในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า "เรื่องดีล M&P ยังไม่สามารถกำหนดได้ เพราะการเจรจาก็อยู่ที่เงื่อนไข แต่ยืนยันบริษัทยังมีการเติบโตในรูปแบบของดีล M&P อยู่ โดยมีดีลอยู่ในมืออยู่พอสมควร แต่กำลังพิจารณาซึ่งจะสามารถได้ข้อสรุปภายในช่วงไตรมาส 4/69 หรือบางส่วนอาจเลื่อนไปในช่วงไตรมาสข้างหน้า จึงทำให้ประเมินในงวดไตรมาส 4/69 มีโอกาสจะใช้เงินลงทุนได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ปีนี้ราว 10,000 ล้านบาท" นายวิชาญ กล่าว |