สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ (2 ส.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 610.71 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแดคเข้าสู่ระยะปรับฐาน หลังสหรัฐฯ รายงานข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์ ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 610.71 จุด หรือ 1.51% ปิดที่ 39,737.26 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 100.12 จุด หรือ 1.84% ปิดที่ 5,346.56 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 417.98 จุด หรือ 2.43% ปิดที่ 16,776.16 จุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตร ปรับตัวเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 175,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าระดับ 200,000 ตำแหน่งที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าเป็นตัวเลขขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อรองรับการเติบโตของประชากร โดยอัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้นถึง 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ และธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ได้ตัดสินใจผิดพลาดด้วยการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมนโยบายการเงินล่าสุดเมื่อสัปดาหที่ผ่านมา โดยข้อมูลของ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า ตลาดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในการประชุมเดือนก.ย. พุ่งขึ้นเป็น 69.5% จากระดับ 22% ในประมาณการครั้งก่อน ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอดังกล่าวยังกระตุ้นให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “กฎของซาห์ม” (Sahm Rule) ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นตัวบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีความแม่นยำในอดีตที่ผ่านมา ด้านหุ้น Amazon ดิ่งลง 8.79% และหุ้น Intel ทรุดลง 26.06% หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาส 2 และเผยคาดการณ์ผลประกอบการณ์ไตรมาส 3 ที่น่าผิดหวัง การปรับตัวลดลงดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีแนสแดค ปิดร่วงลงมากกว่า 10.79% จากระดับปิดสูงสุดในเดือนก.ค. ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า ดัชนีได้เข้าสู่ระยะปรับฐานแล้ว หลังจากที่นักลงทุนมีความวิตกกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับราคาหุ้นที่สูงเกินไปในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอลง ด้านดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับต่ำสุด นับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. โดยทั้งดัชนี S&P 500 และดัชนีดาวโจนส์ต่างก็ปิดร่วงลงอย่างหนักในรอบ 2 วัน นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2023 ขณะที่ดัชนี Russell 2000 ของหุ้นขนาดเล็ก ปิดร่วงลง 3.52% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และปิดลดลงมากที่สุดในช่วง 2 วันนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2022 ด้านหุ้นกลุ่มชิปยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังร่วงลงมากที่สุดในช่วง 2 วันนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2020 ด้านหุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.69% หลังรายงานยอดขาย iPhone ในไตรมาส 3 ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเผยคาดการณ์ว่ายอดขายจะมีการเติบโตมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจาก Apple Intelligence ขณะที่หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่าหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค และหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปิดร่วงลงมากที่สุด นำโดยหุ้น Amazon ที่ร่วงฉุดตลาด ทั้งนี้ ดัชนี CBOE Volatility ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “มาตรวัดความวิตกกังวล” ของวอลล์สตรีท ทะลุระดับค่าเฉลี่ยที่ 20 จุด ขึ้นไปแตะที่ระดับ 29.66 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 ก่อนจะปิดที่ระดับ 23.39 จุด ที่มา Reuters |