สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 7 ส.ค. 69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 61.00 บาท | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 60.00 บาท | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 60.00 บาท | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 59.00 บาท | บล.เอเซีย พลัส | TRADING | 56.00 บาท | บล.ทิสโก้ | ถือ | 51.00 บาท | บล.บัวหลวง | อยู่ระหว่างทบทวน | อยู่ระหว่างทบทวน |
สรุปปัจจัยบวก + ผลประกอบการกำไรสุทธิ 2Q26 (2Q69) อยู่ที่ 1.8 - 1.82 พันล้านบาท (+5.8% ถึง +6% QoQ) และกำไรหลัก/กำไรปกติอยู่ที่ 1.7 - 2.1 พันล้านบาท (+2% ถึง +10% YoY, +17% ถึง +55% QoQ) เติบโตแข็งแกร่งและดีกว่าที่ตลาด/นักวิเคราะห์คาด (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ โรงไฟฟ้า IPP ฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะ GHECO-One ที่กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสหลังปิดซ่อมบำรุงใน 1Q26 และ Glow IPP เดินเครื่องเต็มที่ ช่วยหนุนกำไรขั้นต้น IPP เติบโต 324% QoQ, 69% YoY (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) และ EGAT ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยยอดขายไฟเพิ่มขึ้น 3% QoQ และไอน้ำเพิ่มขึ้น 2% ถึง 15% YoY (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ผลประกอบการของ Avaada ในอินเดียปรับตัวดีขึ้น จากปริมาณรังสีแสงอาทิตย์ที่ดีและกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น 189 MW (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
+ คาดรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้า Sheng Yang Energy (SYE) ที่ไต้หวัน/จีน ราว 200 ล้านบาท ในงวด 3Q26/3Q69 (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ คาดการณ์ผลงาน 3Q26/3Q69 จะได้รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Xayaburi (XPCL) ที่เข้าสู่ช่วงพีค/ฤดูน้ำหลาก (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
+ โอกาสเติบโตระยะยาวจากแผน PDP2026/PDP2569 (ตั้งเป้าประมูล 3-4 GW และพลังงานหมุนเวียน 1-2 GW) และระบบนิเวศ Data Center (Direct PPA และศึกษาลงทุน 300-500 MW) ซึ่งช่วย rerating valuation ของหุ้น (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ 0.55 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield ~1.1%, ขึ้น XD 19 ส.ค. 69) (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงจากการเจรจาต่อรองอัตราดอกเบี้ยใหม่ ค่าตัดจำหน่าย Glow ลดลง และฐานะการเงินแข็งแกร่ง (IBD/E เพียง 0.9 เท่า) (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิ 2Q26/2Q69 ลดลง 10% YoY จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลง และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Fx gain) ที่ลดลงเหลือ 68 ล้านบาท (จากเดิม 226 ล้านบาท) (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ)
- ธุรกิจ SPP ถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาก๊าซเพิ่มขึ้น 20% QoQ เป็น 358 บาท/mmbtu และราคาถ่านหินเพิ่มขึ้น 12% เป็น 116 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการส่งผ่านค่า Ft (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง QoQ (ลดลง 57.4% QoQ เหลือ 166.5 ล้านบาท) จากโครงการ Xayaburi (ไม่มีกำไรพิเศษรีไฟแนนซ์ 200-204 ล้านบาทเหมือน 1Q) และ CFXD ในไต้หวัน เข้าสู่ Low season ของลม (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส)
- แนวโน้มกำไรปกติช่วง 3Q26E/3Q69F มีโอกาสอ่อนตัว/ชะลอลง QoQ จาก margin ของ SPP ที่ถูกกดดันด้วยต้นทุนก๊าซ และ IPP/Solar อ่อนตัวตามฤดูกาล (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วจนเหลือ Upside จำกัด จากระดับราคาปัจจุบัน (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส)
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับตัวสูงขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของต้นทุนพลังงาน/อัตราแลกเปลี่ยน/ดอกเบี้ย, การปิดซ่อมบำรุงนอกแผน และ Cost Overruns (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|