สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ส.ค. 69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 236.00 บาท | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 228.00 บาท | บล.กรุงศรี | Buy | 225.00 บาท | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 225.00 บาท | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 220.00 บาท | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 220.00 บาท |
ปัจจัยบวก +
+ รายได้ต่างชาติยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวดีเนื่องจากเป็นกลุ่มโรคซับซ้อน มาร์จิ้นสูง และได้รับผลกระทบจากสงครามจำกัด รวมถึงผู้ป่วยบังกลาเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากปัญหาวีซ่าและการเมืองที่คลี่คลาย (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26/3Q69 คาดกำไรสุทธิเติบโตทั้ง YoY และ QoQ และรายได้โรงพยาบาลคาดเติบโต 3% YoY เข้าสู่ช่วง High Season (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + การรักษา Patient Mix ที่เน้นโรคซับซ้อน ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลที่ยาวนานขึ้น และ Revenue Intensity หนุน EBITDA Margin และ Gross Margin ให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ) + มี Pricing Power สูง หนุน EBITDA Margin สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาล (บล.กรุงศรี) + ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569/2569F เป็น 7,810 - 7,870 ล้านบาท (เติบโต 4.0% - 4.9% YoY) และปี 2570F เป็น 8,150 ล้านบาท (เติบโต 3.5% YoY) จากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด (บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + ปรับเพิ่มประมาณการรายได้โรงพยาบาลปี 2569 เป็น 25,890 ล้านบาท (เติบโต 3.0% YoY) (บล.เอเซียพลัส) + ฐานะการเงินแข็งแกร่ง รักษาสถานะ Net Cash และได้รับชำระหนี้จาก Qatar ราว 2.1 พันล้านบาท ทำให้ AR Days ลดลงเหลือ 62.4 วัน รวมถึงได้รับชำระเงินจากคูเวตบางส่วนแล้ว (บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + มีโอกาสเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout) โดยมีปันผล 1H26 ที่ 4 บาทต่อหุ้น (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + โอกาสขยายตลาดใหม่และเป็น Upside ในระยะยาว จากการเซ็นสัญญา GOP อิรักและเตรียมพร้อมเปิดตลาดเมื่อสถานทูตเปิด รวมถึงตลาดคูเวต ซาอุดีอาระเบีย และโครงการ BH Phuket ที่จะเปิดให้บริการ 3Q70 (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + ผู้ป่วยชาวไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามฤดูกาล และได้แรงหนุนจากแคมเปญ Health Check-up และหัตถการเฉพาะทาง (บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทำได้ดี สัดส่วน SG&A-to-sales ลดลงเหลือ 15.8% ใน 2Q69 (บล.เคจีไอ) ปัจจัยลบ - - การเติบโตของรายได้ใน 3Q26F ยังคงต้องระมัดระวัง (Conservative) และมีความไม่แน่นอนของ Revenue Intensity ในช่วง 2H26F (บล.กรุงศรี) - รายได้ผู้ป่วยชาวไทยและจำนวนผู้ป่วยรวมยังคงอ่อนแอ (บล.กรุงศรี) - ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ปัญหาชายแดน และการเดินทางระหว่างประเทศ (บล.เอเซียพลัส) - ความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ จำนวนผู้ป่วยลดลง การเกิดโรคระบาด เหตุการณ์ก่อการร้าย และการแทรกแซงจากภาครัฐ (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |