TBN ลงนาม MOU กับ Juris Technologies ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสินเชื่อจากมาเลเซีย พัฒนาโซลูชันสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ผสานเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่การขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และอนุมัติ ไปจนถึงการบริหารและติดตามหนี้ ชูเป้าหมายลูกค้ากลุ่ม Non-bank กว่า 1,000 รายจากทั้งหมด 3,600 ราย แย้มเริ่มรับรู้รายได้ภายในช่วงไตรมาส 2/70 เป็นต้นไป พร้อมคาดหวังปีหน้าผลงานเทิร์นอะราวด์ นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN เปิดเผยว่าบริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับJuris Technologies ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสินเชื่อชั้นนำจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการดำเนินงานมากกว่า 23 ปี และให้บริการธนาคารและสถาบันการเงินกว่า 60 แห่ง รวมกันกว่า 130 โครงการ เพื่อพัฒนาโซลูชันสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ซึ่งผสานเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่การขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และอนุมัติไปจนถึงการบริหารและติดตามหนี้ ภายใต้แนวคิด "One Connected Lending Lifecycle"
ทั้งนี้มองว่่าความร่วมมือดังกล่าวสอดรับกับความท้าทายของตลาดสินเชื่อไทย ทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ต้นทุนการดำเนินงาน การประเมินผู้ขอสินเชื่อที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนและข้อกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกันระบบเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในแต่ละขั้นตอนมักทำงานแยกจากกัน ทำให้เกิดการส่งต่อข้อมูลซ้ำ การทำงานแบบ Manual และความล่าช้าในการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
โดย TBN และ JurisTech มุ่งเชื่อมโยงข้อมูล การตัดสินใจ และกระบวนการทำงานตลอดวงจรสินเชื่อตั้งแต่การหาลูกค้า การเริ่มต้นขอสินเชื่อและประเมินสินเชื่อ ไปจนถึงการอนุมัติและจ่ายเงิน การบริหารสินเชื่อ การติดตามหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการกู้คืนหนี้และการดำเนินการทางกฎหมาย โดยนำความสามารถด้าน AI ของ JurisTech เข้ามาผสานกับกระบวนการทำงาน เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถจัดการเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ยกระดับการประเมินสินเชื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และบริหารความเสี่ยงได้อย่างรัดกุม โดยยังคงมีบุคลากรเป็นผู้กำกับดูแลและควบคุมกระบวนการเชื่อมโยงกระบวนการในลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสินเชื่อเห็นข้อมูลของลูกค้าได้ครบถ้วนมากขึ้น ลดงาน Manual และขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน พร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและข้อกำกับดูแลได้รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายฐานลูกค้าในครั้งนี้คือ ผู้ให้บริการสินเชื่อทั้งกลุ่มธนาคารและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) โดยในระยะแรกให้ความสำคัญกับกลุ่ม Non-bank ซึ่งมีเป้าหมายจำนวนลูกค้ากว่า 1,000 ราย จากทั้งหมดในประเทศไทยที่พบว่ามีอยู่ประมาณ 3,600 ราย เพราะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดสินเชื่อไทยและกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์และข้อกำกับดูแล ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก โดยกลุ่มดังกล่าวต้องบริหารทั้งการประเมินลูกค้าที่มีข้อมูลเครดิตจำกัด ต้นทุนการดำเนินงาน ความรวดเร็วในการให้บริการ และการปฏิบัติตามข้อกำกับดูแลทั้งสองบริษัทจึงมุ่งนำ AI และระบบสินเชื่อแบบครบวงจรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินลูกค้า ลดภาระงานซ้ำซ้อน และยกระดับการบริหารกระบวนการสินเชื่ออย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและกฎเกณฑ์ในอนาคต อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพูดคุยและแนะนำบริการให้แก่กลุ่มลูกค้าหลายราย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากบริการดังกล่าวเข้ามาในงบการเงินได้ภายในช่วงไตรมาส 2/70 เป็นต้นไป "สิ่งที่เราต้องการทำคือช่วยให้ผู้ให้บริการสินเชื่อเดินหน้าได้ทั้ง Right to Play และ Right to Win คือสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามข้อกำกับและบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการสินเชื่อ ทั้งการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น การลดขั้นตอนและต้นทุน เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างกำไรได้มากขึ้น เรานำเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดวงจรสินเชื่อเข้ามา เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้มากขึ้น" นายปนายุ กล่าว สำหรับแนวโน้มภาพรวมผลประกอบการปีนี้ยอมรับว่าเป็นปีที่ค่อนข้างเหนื่อย แต่บริษัทก็พยายามแก้ไขและปรับปรุงขึ้นมา ซึ่งคิดว่าตอนนี้เริ่มเห็นทิศทางที่เริ่มจะฟื้นตัวดีขึ้นแล้วและผ่านช่วงจุดต่ำสุดไปแล้ว พร้อมคาดหวังว่าผลประกอบการในช่วงปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาและโอกาสการเทิร์นอะราวด์น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น Ms. See Wai Hun Chief Executive Officer JurisTech กล่าวว่าที่ JurisTech เชื่อว่าอนาคตของธุรกิจสินเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับ AI เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์ตลอดวงจรสินเชื่อ ตั้งแต่การหาลูกค้าและเริ่มต้นขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และตัดสินใจ ไปจนถึงการบริหารสินเชื่อและติดตามหนี้ ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค ซึ่งความร่วมมือกับ TBN ทำให้เราได้นำความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อและเทคโนโลยี 360° AI Lending Technology ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริงของ JurisTech มาผสานกับความแข็งแกร่งของ TBN ทั้งด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ความสามารถด้านเทคโนโลยีและความเข้าใจตลาดไทย เราต้องการช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินก้าวจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในแต่ละส่วนไปสู่ระบบสินเชื่อที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า การลงนาม MOU ครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผสานเทคโนโลยีสินเชื่อระดับภูมิภาคกับความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนผู้ให้บริการสินเชื่อจากระบบที่ทำงานแยกส่วน สู่การบริหารสินเชื่อแบบเชื่อมต่อกันตลอดวงจร ช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็ว ปรับตัวได้คล่องตัว และดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง |