Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในชุมชนคริปโทสัปดาห์นี้ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ออกประกาศแบน Tornado Cash เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมเปิดข้อมูลว่ามีคริปโทมูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์ ที่หลั่งไหลเข้าไป "ฟอกเงิน" ผ่านแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่คนดังในวงการก็ออกมาตอบโต้ในประเด็นนี้กันในหลายมุม Crypto by efinanceThai จะพาไปดูว่าเรื่องราวมันมีที่มาที่ไปอย่างไร รวบมาให้แล้ว 6 ข้อ #1.Tornado Cash คืออะไร? Tornado Cash (Tornado) คือ แพลตฟอร์มกลบเกลื่อนร่องรอยเส้นทางธุรรรมของสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานอยู่บนเครือข่ายบล็อกเชนของ Ethereum ซึ่งจะช่วยปกปิดข้อมูลในการทำธุรกรรม ให้แก่ผู้ใช้งานทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ลักษณะการทำงานของ Tornado คือ ทางแพลตฟอร์มจะกลบเกลื่อนเส้นทางธุรรรมตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง และเส้นทางธุรรรมระหว่างฝ่ายต่าง ๆ โดยไม่มีการสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงิน ระบบของ Tornado จะรวบรวมธุรรรมของสกุลเงินดิจิทัลจำนวนหลายรายการมาผสมรวมกันเพื่อให้แกะรอยไปถึงต้นทางได้ยาก ก่อนจะส่งเงินที่ผ่านกระบวนการกลบเกลื่อนร่องรอยแล้วไปยังที่อยู่ของผู้รับ แม้ว่า Tornado จะมีเป้าหมายในการ "เพิ่มเป็นความส่วนตัวแก่ผู้ใช้งาน" แต่ทว่าแพลตฟอร์มอำพรางเส้นทางธุรรรมประเภทนี้มักจะกลายเป็นเครื่องมือยอดนิยมของอาชญากรในการใช้ฟอกเงิน โดยเฉพาะเงินที่เพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ จากการจารกรรมครั้งใหญ่ #2.เกิดอะไรขึ้นกับ Tornado Cash ล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่ที่ Tornado Cash เปิดตัวมาในปี 2019 มีสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่หลั่งไหลเข้าไป “ฟอกเงิน” ผ่าน Tornado Cash แห่งนี้ ในเม็ดเงินจำนวนนั้น มีสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 455 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไปโดย "Lazarus Group"ซึ่ง เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือรวมอยู่ด้วย และในปัจจุบัน Lazarus Group ยังมีรายชื่อติดอยู่ในทำเนียบองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสาเหตุมาจากในปี 2019 ที่ Lazarus Group ได้ก่อการจารกรรมสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากนั้น Tornado Cash ยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับฟอกเงิน มูลค่ากว่า 96 ล้านดอลลาร์ที่อาชญากรไซเบอร์ขโมยมาจากแพลตฟอร์ม "Harmony Bridge" เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี 2022 และต่อมาในการจารกรรมแพลตฟอร์มของ "Nomad" คนร้ายก็ใช้ Tornado Cash เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยเส้นทางธุรรรมของคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่าอย่างน้อย 7.8 ล้านดอลลาร์ที่ขโมยมาได้ในวันที่ 2 สิงหาคมปี 2022 เช่นกัน #3.ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อแพลตฟอร์ม Tornado Cash เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ในสังกัดของกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ประกาศคว่ำบาตร “Tornado Cash” ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Executive Order-E.O.)ที่ 13694 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม นับเป็นการบังคับใช้มาตรการตามรอยคำสั่งคว่ำบาตร “Blender.io” (Blender) แพลตฟอร์มผู้ให้บริการอำพรางข้อมูลการทำธุรกรรมด้วยคริปโทเคอร์เรนซีอีกรายหนึ่งที่ทาง OFAC ประกาศคว่ำบาตรไปเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ปี 2022 #4.ผลกระทบจากการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ผลจากมาตรการที่ประกาศใช้ดังกล่าว คือ การอายัดทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินทั้งหมดของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือ Tornado Cash ที่อยู่ในดินแดนของสหรัฐฯ หรือที่เป็นกรรมสิทธิ์ หรืออยู่ในการครอบครองของบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ และจะต้องส่งมอบรายงานต่อ OFAC นอกจากนี้ บุคคลอื่นใดที่ถือกรรมสิทธิ์ในบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมจะถือว่าเป็นบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรด้วยเช่นกัน การดำเนินธุรกรรมทั้งหมดของบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ หรือบุคคลที่อาศัยอยู่ใน (หรือบุคคลที่กำลังเดินทางผ่าน) สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ในทรัพย์สินทั้งหมดของตัวแทนหรือบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรจะถูกระงับ ยกเว้นในกรณีที่ได้รับใบอนุญาตประเภททั่วไปหรือประเภทเฉพาะจากทาง OFAC หรือในกรณีที่เป็นข้อกำหนดยกเว้น คำสั่งระงับดังกล่าวหมายรวมถึงการห้ามส่งเสริมหรือสนับสนุนเงินทุน สินค้า หรือบริการ รวมถึงการเอื้อผลประโยชน์ใด ๆ ต่อบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร และห้ามรับไว้ซึ่งการส่งเสริมหรือการสนับสนุนเงินทุน สินค้า หรือบริการ รวมถึงการเอื้อผลประโยชน์ใด ๆ จากบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร #5.มุมมองบุคคลผู้มีชื่อเสียงในโลกคริปโท -Jeremy Allaire ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Circle บอกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐ หลังประกาศแบนแพลตฟอร์ม Tornado Cash แม้ส่วนตัวจะเชื่อว่าเป็นการ “แก้ปัญหาไม่ตรงจุด” และยังเป็นการ “ล้ำเส้นครั้งใหญ่” ในประวัติศาสตร์ของโลกอินเทอร์เน็ต! แต่เร็วๆ นี้เขาเตรียมนัดถกผู้นำในวงการหารือความสมดุลในเรื่อง "การรักษาความเป็นส่วนตัว" Allaire กล่าวว่า ผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่น่าจะดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากการหลบเลี่ยงคำสั่งคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นการกระทำความผิดที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี เร็ว ๆ นี้ทาง Circle จะติดต่อไปยังบรรดาผู้นำและนักพัฒนาในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมคริปโทฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดกรอบนโยบายที่จะสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานกับความถูกทำนองคลองธรรมในระบบการเงินบนแพลตฟอร์มสาธารณะที่มีการเปิดเผยโค้ดซึ่งใช้ในการสร้างซอฟต์แวร์ -Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เล่าว่า ตนเองก็เคยใช้งาน “Tornado Cash” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอำพรางธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ที่ขณะนี้รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาออกคำสั่งคว่ำบาตรอยู่ โดย Buterin ได้ใช้ Tornado Cash ในการบริจาคเงินไปยังประเทศยูเครนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยการที่เขาเคยใช้บริการของแพลตฟอร์มนี้ ก็เพื่อปกป้องตัวตนของผู้รับเงินมากกว่าจะเป็นการห่วงตัวเอง ดังนั้น การออกมาแสดงตัวว่าเคยใช้งาน Tornado Cash ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำให้ผู้รับเงินในยูเครนเดือดร้อน เนื่องจากตัวตนของผู้รับเงินรายนั้นยังคงได้รับการปกปิดไว้เป็นอย่างดี #6.ราคา TORN ดิ่งแล้วกว่า 40% ในเวลาสองวัน ข้อมูลจากเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลเหรียญ coinmarketcap พบว่าแพลตฟอร์ม Tornado Cash (TORN) มีมูลค่าตามราคาตลาด 18.68 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 663 ล้านบาท) ใหญ่เป็นอันดับที่ 652 และในวันนี้่ TORN ราคาร่วงหนักที่สุดในตลาด -23.70% ในรอบ 24 ชม. และร่วงลงมาแล้วเกือบ 34% ในรอบ 7 วัน และ 25% ในรอบ 30 วัน นอกจากนี้ TORN ยังติดอันดับเหรียญคริปโทยอดนิยมที่นักลงทุนเข้ามาดูข้อมูลมากสุดเป็นอันดับ 2 รองจาก Ethereum อีกด้วย โดยมีราคาตลาดอยู่ที่ 17 ดอลลาร์ (ประมาณ 600 บาท) ณ ขณะที่รายงาน ถือว่าลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ระดับ 30 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,000 บาท) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา หรือลดลงมาแล้ว 43%ในเวลาเพียง 2 วัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้