SPALI คาดไตรมาส 4/69 โตสูงสุดของปี ทั้งยอดขาย-ยอดโอน รับแผนเปิด 10 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นลบ.เน้นคอนโดฯ-ขยายแนวราบสู่ต่างจังหวัด มองอสังหาฯผ่านจุดต่ำสุด คาดทยอยฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า คาดไตรมาส 4/2569 จะเป็นช่วงที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดของปี ทั้งยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยมีแผนเปิด 10 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายในช่วงปลายปี ด้านยอดโอนกรรมสิทธิ์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากโครงการคอนโดมิเนียมที่เริ่มทยอยโอนตั้งแต่ไตรมาส 3 และรับรู้ต่อเนื่องในไตรมาส 4 ขณะที่โครงการแนวราบยังสร้างยอดโอนได้สม่ำเสมอตลอดทั้งปี สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 70 มองว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แม้การฟื้นตัวจะไม่รวดเร็ว แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากจำนวนผู้ประกอบการและโครงการเปิดใหม่ที่ลดลง ช่วยให้การแข่งขันในตลาดเบาบางลง สะท้อนจากการยื่นขออนุมัติ EIA โครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ช่วงครึ่งหลังปี 69 ซึ่งเหลือเฉลี่ยเพียง 2-3 โครงการต่อเดือน จากในอดีตที่มีมากกว่า 10 โครงการต่อเดือน ขณะที่ราคาที่ดินเริ่มเข้าสู่ระดับสมดุล เปิดโอกาสให้บริษัทมีอำนาจต่อรองในการจัดซื้อที่ดินมากขึ้น รุกคอนโดฯ เพิ่ม ขยายแนวราบสู่จังหวัดใหม่ บริษัทวางแผนเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งมีที่ดินรองรับการพัฒนาได้อีก 3-4 ปี ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อที่ดินเพิ่ม ปัจจุบันคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนมากกว่า 30% ของพอร์ตสินค้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเปิดโครงการใหม่ ส่วนโครงการแนวราบเตรียมขยายตลาดสู่จังหวัดใหม่ โดยตั้งเป้าเปิดตลาดในจังหวัดที่ 31 และ 32 ในปี 2570 หลังประสบความสำเร็จจากการขยายโครงการไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 30 บริษัทยังลงทุนในธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี บนพื้นที่ประมาณ 100,000 ตารางเมตร ปัจจุบันก่อสร้างแล้วกว่า 90% และมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ 100% เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ให้ธุรกิจ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและพลังงานเริ่มทรงตัว ช่วยให้บริษัทวางแผนและบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเข้าร่วมมาตรการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยเชื่อว่าการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมและการเลือกลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว สำหรับนโยบายเงินปันผล ปรับเกณฑ์อ้างอิงจากงบการเงินเดี่ยวเป็นงบการเงินรวม เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจที่มีการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และสะท้อนผลประกอบการโดยรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น |