| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ก.พ. 63 9:45: น.
ธนาคารกลาง 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร , สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, แคนาดา,ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ร่วมกับธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) หารือกันนัดแรกในกลางเดือน เม.ย.นี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า ในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ ระดับผู้นำของธนาคารกลาง 6 แห่งและธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) จะจัดประชุมขึ้นที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง การประชุมที่จะถึงนี้ นับเป็นเป็นครั้งแรกของการรวมตัวกลุ่มธนาคารกลางที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นในแวดวงของหน่วยงานกำกับด้านการเงิน เกี่ยวกับเทรนด์ของสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Libra ของเฟซบุ๊กและหยวนดิจิทัลของประเทศจีน โดยในเดือนมกราคม ที่ผ่านมาธนาคารกลางจาก 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร , สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, แคนาดา,ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับ BIS เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ธนาคารกลางวางแผนที่จะหารือเกี่ยวกับวิธีการที่สกุลเงินดิจิทัล สามารถปรับปรุงการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมถึงมองหามาตรการรักษาความปลอดภัยที่อาจจำเป็นต้องใช้ “เป็นเรื่องปกติที่จะต้องพิจารณาวิธีการทำธุรกรรมระหว่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้น” Masazumi Wakatabe รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันพุธ ขณะนี้ประเทศจีน มีแนวโน้มที่จะเปิดตัว CBDC ได้ก่อนในกลุ่มประเทศหลักๆ หลังรายงานของธนาคารประชาชนจีนระบุว่าได้ทำการทดสอบเงินหยวนดิจิทัลแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางอื่น ๆ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้เริ่มมองความเป็นไปได้ของ CBDC อย่างจริงจังมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการล้าหลังประเทศจีน หากจีนเปิดตัวสกุลเงินหยวนดิจิทัลที่ใช้ได้ทั่วโลก ซึ่งอาจเทียบเคียงกับสถานะของเงินดอลลาร์ ทางกลุ่มมีเป้าหมายจะจัดทำรายงานฉบับเบื้องต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน และรายงานขั้นสุดท้ายในฤดูใบไม้ร่วง ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า หากความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการชำระเงินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจมีความต้องการสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) มากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ธนาคารควรวางรากฐานของเทคโนโลยีและเตรียมพร้อมที่จะรับมือได้ทัน ที่มา : coindesk
|
|
|