สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ แถลงอย่างเป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งเเรก นับตั้งแต่ประกาศถอนตัวออกจากการลงชิงชัยเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ โดยให้คำมั่นว่าจะใช้เวลาที่เหลืออีก 6 เดือนหลังจากนี้ ทุ่มเททำหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อย่างสุดความสามารถและตอกย้ำถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันระบุว่า การก้าวลงจากตำแหน่งครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน พร้อมอ้างถึงอดีตประธานาธิบดีคนก่อน ๆ อาทิ โทมัส เจฟเฟอร์สัน, จอร์จ วอชิงตัน และอับราฮัม ลินคอล์น ขณะที่กล่าวถึงความรักที่มีต่อตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการปิดฉากระยะเวลากว่า 50 ปี ในการรับใช้ประเทศ พร้อมระบุว่า “ตนเคารพรักในตำแหน่งนี้ แต่รักประเทศของตนมากกว่า” ปัจจุบันประธานาธิบดีโจ ไบเดน วัย 81 ปี ได้เคยปฏิเสธแรงกดดันจากพรรคเดโมแครตที่ขอให้เขาถอนตัวออกจากการลงชิงชัยเลือกตั้งครั้งนี้ หลังการโต้วาทียกแรกกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.นั้น พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันเคยกล่าวว่ามีเพียง “พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ” เท่านั้น ที่จะโน้มน้าวให้เขาถอนตัวจากการลงชิงชัยได้ ก่อนที่จะใช้เวลานานหลายวันในการพิจารณาและคิดทบทวน รวมไปถึงซึมซับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน และได้ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดนระบุในเเถลงการณ์ความยาวประมาณ 11 นาทีว่า “ตนได้ตัดสินใจแล้วว่า วิธีที่ดีที่สุดในการก้าวไปข้างหน้า คือการส่งต่อคบเพลิงหรือหน้าที่ให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรวมชาติของเราให้เป็นหนึ่งเดียว” พร้อมกล่าวยกย่องรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริสว่า “เป็นคนเข้มแข็ง มีความสามารถ และเป็นพาร์ทเนอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับตน รวมไปถึงการเป็นผู้นำของประเทศของเรา” พร้อมกันนี้ ยังกล่าวอ้างถึงภัยอันตรายที่เขาเชื่อว่าชาวอเมริกันต้องเผชิญ หากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เอาชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ย.นี้ได้ โดยไม่ได้เอ่ยชื่อทรัมป์โดยตรงแต่อย่างใด “ไม่มีอะไรจะขวางกั้นการผดุงไว้ซึ่งประชาธิปไตยของเราได้ นั่นรวมถึงความทะเยอทะยานส่วนตัวด้วย” “สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับสหรัฐฯ คือ ที่นี่ไม่มีกษัตริย์หรือผู้นำเผด็จการ มีแต่ประชาชนเป็นผู้ปกครอง ประวัติศาสตร์อยู่ในมือของพวกคุณ อำนาจอยู่ในมือของพวกคุณ อุดมการณ์ของสหรัฐฯ อยู่ในมือของพวกคุณ" ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการกล่าวสุนทรพจน์ แอชลีย์ ไบเดน บุตรีของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เอื้อมมือไปจับมือ จิลล์ ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ผู้เป็นแม่ของเธอเอาไว้ เส้นทางการเมืองของประธานาธิบดีโจ ไบเดนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกในปี 1972 เมื่อมีอายุ 29 ปี ทำให้เขากลายเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 6 และเขาจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาวในวันที่ 20 ม.ค. 2025 ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุดคือ 82 ปี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนได้รับความแข็งแกร่งและพบความสุขในการทำงานเพื่อประชาชนชาวอเมริกัน แต่ภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ในการทำให้ประเทศชาติของเราสมบูรณ์แบบนี้ไม่ได้มีแค่ตัวผม แต่เป็นตัวคุณ ครอบครัวของคุณ อนาคตของคุณ และพวกเราซึ่งเป็น “ประชาชน” ที่มา Reuters |