GCAP GOLD ประเมินทองคำกรอบ 4,100–4,250 ดอลลาร์ แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะรอซื้อช่วงสร้างฐาน 4,115–4,100 ดอลลาร์ หรือทองไทย 64,800–65,000 บาท ลดเสี่ยงหากหลุดแนวรับสำคัญ นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัว หลังกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,165 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้น โดยต้องติดตามว่าดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ จะปรับลดลงต่อเนื่องเพียงพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของทองคำหรือไม่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น อาจหนุนให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กลับมาปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำและกดดันราคา ในทางกลับกัน หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จะช่วยเปิดโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป ก่อนการประชุมเฟดวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ตลาดยังประเมินทิศทางดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงล่าสุดของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ควบคู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่ เฟดงดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) หากข้อมูลสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและแรงกดดันด้านราคายังสูง อาจเพิ่มน้ำหนักต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและจำกัดการฟื้นตัวของทองคำแต่หากเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมกับแรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลาย จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยและสนับสนุนราคาทองคำ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาด โดยความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นอาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจนเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและโอกาสขึ้นดอกเบี้ย แรงหนุนต่อทองคำอาจถูกลดทอนจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ จึงต้องติดตามว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยหรือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าในแต่ละช่วง กลยุทธ์การลงทุน GCAP GOLD ประเมินกรอบราคาทองคำที่ $4,100–$4,250 โดยเน้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณ $4,115–$4,100 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 65,000–64,800 บาท และพิจารณาขายทำกำไรบริเวณ $4,200 และ $4,250 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 66,500 และ 67,000 บาท ตามลำดับ หากราคาทองคำหลุดระดับ $4,100 หรือราคาทองคำไทยต่ำกว่า 64,800 บาท แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาลดความเสี่ยง และรอประเมินการสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,065 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 64,200 บาท ก่อนพิจารณาเพิ่มสถานะลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ทิศทางราคายังไม่ชัดเจน . 
|
. |