ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยม.ค. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากอุปสงค์ใน-ต่างประเทศ มาตรการรัฐหนุน พร้อมมองเศรษฐกิจระยะข้างหน้ายังมีแรงส่งจากการท่องเที่ยว แต่ยังต้องติดตาม ส่งออก-รายได้ครัวเรือนเปราะบาง-ผลกระทบจากศก.สหรัฐ แย้มเตรียมหารือภาคธุรกิจก่อนพิจารณาปรับเกณฑ์ LTV นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือน ม.ค. ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ทั้งจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ เช่น มาตรการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ มาตรการ Easy e-receipt และมาตรการเงินโอนเฟส 2 ส่งผลดีต่อภาคบริการด้านขนส่ง และการใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้ากึ่งคงทน รวมถึงการผลิตในหมวดยานยนต์ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่ง 
อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดยานยนต์หดตัว ตามการส่งออกรถกระบะและรถยนต์นั่งไปออสเตรเลีย จากอุปสงค์ที่ชะลอตัว ด้านการจ้างงานโดยรวมทรงตัว แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานโดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและภาคการผลิต ทั้งนี้ เสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลของฐานต่ำในปีก่อน ประกอบกับราคาผักเพิ่มขึ้น ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสำเร็จรูป สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงตามดุลการค้าที่เกินดุลลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเกินดุลเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้า ขยายตัว 12.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการนำเข้าขยายตัว 7.5% สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ ในเดือน ม.ค. โดยเงินบาทเฉลี่ยอ่อนค่าตามปัจจัยโลก หลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ได้เพิ่มความกังวลต่อการค้าโลกในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.พ. 68 เงินบาทเฉลี่ยปรับแข็งค่า รวมถึงดัชนีค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ตามเงินบาทที่เคลื่อนไหวแข็งค่าอยู่ในกลุ่มนำสกุลเงินภูมิภาค หลังตลาดมองว่านโยบายกีดกันทางการค้าสหรัฐ อาจไม่รุนแรงตามคาด และการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีน ที่เป็นไปในเชิงบวก ประกอบกับได้รับปัจจัยด้านแข็งค่าเพิ่มเติมจากปัจจัยฤดูกาลภาคท่องเที่ยว “เศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจำนวนที่มีนักท่องเที่ยว 3.7 ล้านคน และรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านการบริโภคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ สอดคล้องกับกิจกรรมการค้า การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนภาคเอกชน ประกอบกับการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังกระจุกตัวแค่บางหมวด ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายลงทุนและรายจ่ายประจำ”นางสาวชญาวดี กล่าว สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ยังมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยว และบริการอย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมทั้งนโยบายการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายรับธุรกิจและรายได้ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ ในระยะต่อไป ต้องติดตาม คือ การพัฒนาการของภาคการผลิต ผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนความคืบหน้ามาตรการสินเชื่อบ้าน (LTV) ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในแง่ข้อมูลต่างๆที่เข้ามา เช่นในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างมีพัฒนาการต่างๆที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามต้องหารือภาคธุรกิจ ซึ่งอยู่ระหว่างการดูความเหมาะสม ด้านมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน คุณสู้เราช่วย เดินหน้าต่อ โดยมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนต่อเนื่อง และยอดการลงทะเบียนมีการปรับเพิ่มขึ้นทุกเดือน ขณะที่การหารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เป็นมาตรการที่เน้นการท่องเที่ยว ภาคเกษตร เป็นหลัก และรอดูว่ามีมาตรการอุตสาหกรรมและภาคการผลิตออกมาด้วยหรือไม่ 
|