สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 22 ก.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 220 | | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 218.00 (ปี 2570) | | บล.พาย | ถือ | 213 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 212.00 (ปี 2570) | | บล.เคจีไอ | ถือ | 210 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 210 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | 206.00 (ปี 2570) | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | TRADING | 201.00 (ปี 2027) | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 168 |
สรุปปัจจัยบวก
+ สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง: สินเชื่อเติบโต 0.6% QoQ และ 2.7% YTD โดยหลักมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และกลุ่มสาธารณูปโภค รวมถึงสินเชื่อต่างประเทศ (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + กำไรจากเงินลงทุน/ตราสารทุนแข็งแกร่งช่วยหนุนรายได้: มีกำไรจากการลงทุนและกำไร FVTPL ช่วยชดเชย Non-NII เช่น กำไร FVTPL 3.4 พันล้านบาท และเงินปันผลรับ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าคาด (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) + เงินสำรองหนี้สูญแข็งแกร่งสูงสุดในกลุ่ม: แม้ Coverage ratio จะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 290% - 306% แต่ยังถือว่าสูงและแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคาร ช่วยรองรับความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์และลดความจำเป็นในการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) + ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ (Credit cost) ลดลง: ค่าใช้จ่ายสำรองฯ ลดลงเหลือ 1.26% - 1.30% ช่วยประคองผลประกอบการ (บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + การจ่ายเงินปันผลยังคงจูงใจและมั่นคง: คาดการณ์จ่ายเงินปันผลปี 2569 ที่ 10 บาทต่อหุ้น (คาดปันผลระหว่างกาล 1H69 ที่ 2 บาทต่อหุ้น) คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.3% - 5.0% ด้วยฐานเงินกองทุน CET-1 ที่แข็งแกร่งถึง 16.9% (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) + แนวโน้มผลประกอบการ 2H69 ฟื้นตัว: คาดว่าแนวโน้มรายได้และ NIM จะเริ่มมีเสถียรภาพหรือฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) + Valuation (PBV) ถูกกว่ากลุ่ม: ราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ PBV เพียง 0.6x - 0.65x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคาร (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ - งบไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาด: กำไรสุทธิ 2Q69 ทำได้ 9.5 พันล้านบาท ลดลง 13.6% - 14% QoQ และลดลง 19.8% - 20% YoY ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์และ consensus คาดการณ์ราว 6% - 16% ส่งผลให้กำไรสุทธิ 1H69 อยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท (-16% YoY) (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง)
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) พุ่งสูง: ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9% QoQ จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบ IT และการตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่ายดัน Cost to income ratio เพิ่มขึ้นเป็น 49.5% (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) - ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อ่อนตัวลง: NIM ปรับลดลง 4 bps QoQ มาอยู่ที่ 2.36% - 2.40% กดดันให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ลดลง 1% QoQ และ 12% YoY จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย (บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้) - คุณภาพสินทรัพย์อ่อนตัว หน้าร้าน NPL เพิ่มขึ้น: Gross NPL เพิ่มขึ้น 5% QoQ มาอยู่ที่ 3.3% - 3.9% โดยหลักมาจากลูกหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้กลับมามีปัญหาซ้ำ (Relapse) (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - รายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเงินลงทุนชะลอตัว: รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงอ่อนแอ ประกอบกับกำไรจากเงินลงทุนและปันผลรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) - ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569: หลายสำนักปรับลดประมาณการกำไรลง โดยคาดว่ากำไรปี 2569 จะลดลงราว 8.5% - 11% YoY อยู่ที่ประมาณ 4.09 - 4.20 หมื่นล้านบาท (บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |