BTC ทะลุ 104K ในรอบ 3 เดือน รับข่าวดีข้อตกลงการค้าสหรัฐ-อังกฤษ พร้อมลุ้นการเจรจาสหรัฐ-จีนสุดสัปดาห์นี้ ด้านมูลค่าตลาด BTC พุ่งแซง Amazon-Google กลับมาติดอันดับ 5 ของโลกอีกครั้ง บิตคอยน์พุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ระดับ 104,145 ดอลลาร์ ในช่วงก่อนปิดแท่งรายวัน แม้ปัจจุบันราคาได้ร่วงมาจากระดับดังกล่าว แต่ก็ยังถือว่ามีการปรับตัวที่สูงขึ้น 5.15% ณ ปัจจุบันราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 102,892 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap โดยข่าวดีที่หนุนการทะลุ 100,000 ดอลลาร์ ในครั้งนี้คาดว่าคงเป็นอานิสงส์ที่ได้รับจากการที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้หาทางออกร่วมกัน โดยการประกาศข้อตกลงการค้า ซึ่งข้อตกลงการค้านี้ สหรัฐฯ จะปรับลดภาษีจากรถยนต์นำเข้าเหลือ 10% จากเดิมอยู่ที่ 27.5% นอกจากนี้ ในส่วนของภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม จากเดิมที่ปรับเป็น 25% ก็ได้ถูกยกเลิกแล้ว ส่วนของทางฝั่งสหราชอาณาจักรได้ยกเลิกภาษีนำเข้าเนื้อวัวและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ ของสหรัฐฯ แล้วเช่นกัน ขณะเดียวกัน สุดสัปดาห์นี้จะมีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่ง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ก็คาดว่าการเจรจากับจีนจะดำเนินไปได้ดี โดย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ Jamieson Greer หัวหน้าคณะเจรจาการค้า และ He Lifeng ผู้แทนเศรษฐกิจของจีน จะเข้าร่วมพูดคุยในการเจรจาครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ หลังจากที่ราคาบิตคอยน์ทะลุ 100,000 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดของบิตคอยน์ก็เพิ่มขึ้น 4.97% อยู่ที่ 2.04 ล้านล้านดอลลาร์ กลับมาอยู่ในอันดับที่ 5 พลิกแซงบริษัท Amazon และ Google อีกครั้ง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ companiesmarketcap สำหรับเช้านี้ไม่ใช่แค่บิตคอยน์เท่านั้นที่ทะยานขึ้น ด้านอัลต์คอยน์ก็ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Ethereum (ETH) ที่ปัจจุบันราคาทะลุ 2,000 ดอลลาร์แล้ว และทำจุดสูงสุดของวันที่ 2,243 ดอลลาร์ ในรอบเดือนกว่า โดยเพิ่มมากขึ้นถึง 20.25% ทำผลงานได้ดีที่สุดในบรรดาเหรียญท็อป 10 อย่างไรก็ดี จากการปรับตัวขึ้นอย่างดุเดือดของตลาดคริปโท ทำให้มีนักเทรดขาซิ่ง (ฟิวเจอร์ส) พอร์ตแตกร่วม 200,131 ราย สูญเงินไปกว่า 957.89 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGlass ด้านมูลค่าตลาดคริปโท เพิ่มขึ้น 6.64% อยู่ที่ 3.22 ล้านล้านดอลลาร์ โดยที่วอลุ่มเทรดเพิ่มขึ้นมากถึง 84.77% อยู่ที่ระดับ 1.63 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Alternative.me แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกของนักลงทุนในวันนี้อยู่ในภาวะ ‘โลภ’ โดยดัชนี Fear & Greed อยู่ที่ 76 คะแนน |