สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 19 ส.ค. 69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | Buy | 3.50 บาท | บล.เอเซีย พลัส | Trading | 3.20 บาท | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 3.00 บาท | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 2.60 บาท | บล.บัวหลวง | ขาย | - |
สรุปปัจจัยบวก + + แผนการดำเนินธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการขายหุ้น Big Lot ของ ING โดยการถอนตัวของ ING มีผลต่อการดำเนินงานจำกัด (บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส) + กำไรสุทธิปี 2026F-2027F คาดเติบโต +3% y-y และ +1% y-y ตามลำดับ (บล.กรุงศรี) + กำไรปี 2569 คาดอยู่ที่ 21.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 4.1% y-y (บล.ฟิลลิป) + กำไรสุทธิ 2Q26 แข็งแกร่ง เติบโต 10% YoY โดยไม่มีรายการพิเศษเข้ามาช่วย (บล.ทิสโก้) + มีการปรับเพิ่ม Dividend Payout Ratio ในปี 2026F-2027F เป็น 75% โดยคาดว่า Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 6% ต่อปี และงวด 1H26 คาดจ่ายปันผล 0.066 บาท/หุ้น (บล.กรุงศรี) + หากราคาหุ้นย่อตัวลงมาใกล้กรอบราคา Big Lot จะให้ Dividend Yield เกือบ 6% ต่อปี เปิดโอกาสในการ Trading ก่อนประกาศปันผลระหว่างกาล (บล.เอเซีย พลัส) + อัตราผลตอบแทนเงินปันผลมีโอกาสสูงขึ้นถึง 7.4% หากราคาตลาดปรับลงมาที่ 2.70 บาท โดยเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) มีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 0.20 บาท (จาก EPS คาดการณ์ปี FY26E ที่ 0.22 บาท) และยังรักษาระดับได้แม้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี (บล.ทิสโก้) + การคุมเข้มนโยบายสินเชื่อ และการเพิ่ม Coverage Ratio มาอยู่ที่ 157% (จาก 152% ในสิ้นปี 2568) ช่วยให้บริหารจัดการ Credit Cost ในปีหน้าเพื่อชดเชยผลกระทบจาก Tax Shield ที่จะหมดลงได้ (บล.เอเซีย พลัส) + งบประมาณการซื้อหุ้นคืนที่เหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นตลาดระยะสั้นหากนำไปใช้ในรูปแบบการจ่ายเงินปันผล (บล.ทิสโก้) + ราคา Big Lot ที่ 2.64 บาท เทียบเท่าประมาณการมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) ณ สิ้นปี 2569 ของฝ่ายวิจัย และมีความต้องการซื้อหุ้น (Demand) สูงหากราคาจูงใจ (บล.เอเซีย พลัส) สรุปปัจจัยลบ - - ราคาหุ้นมี Sentiment เชิงลบในระยะสั้น จากการที่ ING ขายหุ้น Big Lot จำนวน 6.1 - 6.9 พันล้านหุ้น (คิดเป็นราว 6.3%) ในกรอบราคาเสนอขาย 2.64-2.70 บาท/หุ้น ซึ่งมีส่วนลด (Discount) ต่ำกว่าราคาในกระดาน 6% ถึง 9% (บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส) - คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2027 ปรับลดลง 10% YoY กดดันจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ลดลง (บล.บัวหลวง) - Valuation Metrics แพงกว่ากลุ่มธนาคาร โดยมี PBV/ROE Ratio ปี 2027 อยู่ที่ 0.145x สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 0.118x (บล.บัวหลวง) - สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Shield) คงเหลือ 3.4 พันล้านบาท จะหมดลงในช่วงปี 2569 ถึง 1H27 (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส) - แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในช่วงนี้ไปก่อนจากแรงกดดันของราคาขาย Big Lot ที่ต่ำกว่าราคาตลาด (บล.ฟิลลิป) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |