| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 พ.ย. 64 17:06 น.
ค่ำคืนวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ใครหลายคนกำลังปาร์ตี้ "วันฮาโลวีน" กันอย่างสนุนกสนาน...รู้หรือไม่ว่าในวันเดียวกันนี้ คือวันที่ ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้เผยแพร่ Whitepaper ของ Bitcoin ออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกในปี 2551
ก่อนที่อีกสองเดือนต่อมา บล็อกแรกของ Bitcoin จะถูกขุดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 ซึ่งถือเป็นวันเกิดของบิตคอยน์
โดยบล็อกแรกของ Bitcoin ได้ถูกขุดขึ้น เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 พร้อมกับประโยคที่ซาโตชิเขียนลงในบล็อกเชนแรกสุดว่า "เดอะ ไทมส์ วันที่ 03/มกราคม/2009-รัฐมนตรีกำลังจะอุ้มธนาคารเป็นครั้งที่สอง" ประโยคนี้มาจากบทความใน เดอะ ไทม์ส ของประเทศอังกฤษ เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซาโตชิ จะไม่ปล่อยให้ทุกคนลืมวิกฤติการณ์ทางการเงินปี 2551 เพราะข้อมูลที่บันทึกลงบล็อกเชนไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
แต่ก่อนที่บล็อกแรกจะถือกำเนิดขึ้นนั้น ... ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2551 อันเป็นการกำเนิดของไวท์เปเปอร์ Bitcoin โดยบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง Bitcoin:“A Peer-to-Peer Electronic Cash System” ตัวเอกสารมีความยาว 9 หน้ากระดาษ
Bitcoin Whitepaper อธิบายปัญหาของระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบรวมศูนย์ เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน และเสนอว่าโปรโตคอลแบบ peer-to-peer แบบกระจายอำนาจจะเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างไร
พูดง่ายๆ ก็คือ วิธีแก้ปัญหาของ ซาโตชิ ก็คือการกำจัดระบบของบุคคลที่สามที่รวมศูนย์โดยสิ้นเชิงซึ่งจะทำให้ผู้คนกลายเป็นธนาคารของตนเองและทำธุรกรรมระหว่างกันโดยไม่ต้องอาศัย "บุคคลที่สาม" ในการประมวลผลธุรกรรม
Bitcoin ได้สร้างขึ้นบนระบบความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส ที่วางรากฐานของสิ่งที่เรียกว่ากระดูกสันหลังของ คริปโทเคอร์เรนซีในปัจจุบัน นั่นคือ "เทคโนโลยีบล็อกเชน" ที่น่าสนใจคือ Bitcoin ไม่เหมือนกับโครงการคริปโทส่วนใหญ่ ซาโตชิ นากาโมโตะ ไม่ได้ดำเนินการขายเหรียญต่อสาธารณะหรือระดมทุนสำหรับการเปิดตัว Bitcoin แต่มันถูกขุดโดยชุมชนคริปโท
แม้ว่าการเปิดตัว Whitepaper เมื่อ 13 ปีก่อนนั้น จะไม่ได้สร้างผลกระทบไปทั้งโลกในทันทีถ้าเทียบกับการเปิดตัวคริปโทของเฟซบุ๊กที่ชื่อ Libra เมื่อกลางปี 2562 แต่ทว่า...Bitcoin กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงโลกการเงินและการลงทุนในอีก 13 ปีต่อมา!!!
ในเวลาเพียงกว่าทศวรรษ Bitcoin เติบโตขึ้นมาจากทารกที่ยังลูกผีลูกคน เป็นเงินของเล่นพวกเด็กติดเกมกลายเป็นการสร้างอุตสาหกรรมมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของ Coinmarketcap ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด มีมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
Bitcoin ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดถึง 44.2% โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีค่ามากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
Bitcoin เติบโตขึ้นมากกว่า 2,066,670,000% ตั้งแต่ปี 2553 โดยมีราคาซื้อขายที่บันทึกครั้งแรกที่ $0.003 บนตลาดแลกเปลี่ยน Bitcoinmarket
ซาโตชิ นากาโมโตะ คือใคร?
ตัวตนของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังคงเป็นหนึ่งในความลึกลับที่ยั่งยืนที่สุดในวงการคริปโท จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของนามแฝงที่สร้าง Bitcoinเพราะเขาหายไปตั้งแต่ปี 2553 นอกจากนี้ ซาโตชิ อาจไม่ใช่คนเดียว แต่อาจเป็นชื่อกลุ่มหรือชื่อทีมก็ได้
บางคนคาดเดาว่ากลุ่มบริษัทอยู่เบื้องหลังชื่อ พวกเขาเชื่อว่าชื่อ Satoshi Nakamoto จริง ๆ แล้วมาจากคำย่อของ SAmsung, TOshiba, NAKAmichi และ MOTORola บางคนคิดว่า Nick Szabo นักเข้ารหัสคือบุคคลที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง Satoshi
Nick ได้คิดค้นแนวคิดของ Bit Gold ก่อนที่ Bitcoin จะเกิดขึ้น สไตล์การเขียนของเขายังเข้ากับไวท์เปเปอร์อีกด้วย แม้ว่าจะมีข่าวลือว่าเขาเป็น Satoshi ตัวจริง แต่ Nick ไม่เคยยอมรับเรื่องนี้
บางคนคิดว่าเป็น Hal Finney นักเข้ารหัส เขาอยู่ในรายชื่อผู้รับจดหมายเพื่อรับไว์ทเปเปอร์ของซาโตชิ อย่างไรก็ตาม Hal ไม่ได้ยืนยันสมมติฐานนี้เช่นกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการคาดเดากันว่าเป็นใคร แต่ถึงแม้จะพยายามค้นหาว่าใครคือผู้ก่อตั้งลึกลับนี้ แต่ ซาโตชิ ก็ยังค่อนข้างเข้าใจยาก บางคนถึงกับเชื่อว่าเขาอาจตายไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน Craig Wright ได้อ้างสิทธิ์หลายครั้งว่าเขาสร้าง Bitcoin และต่อสู้ทางกฎหมายหลายครั้งเพื่อพยายามพิสูจน์ว่าเขาคือ ซาโตชิ นากาโมโตะ อย่างแท้จริง
ไม่ว่าใครจะเป็นคนสร้างโปรโตคอลก็ตาม มีรายงานอ้างว่าเขาเป็นเจ้าของ BTC มากกว่า 1 ล้าน BTC ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์ ณ ราคาตลาดปัจจุบัน ที่สำคัญเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Bitcoin เป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก
สุขสันต์วันเกิด Whitepaper Bitcoin ที่มา : cryptopotato , cryptopotato , bitcoin.org , หนังสือ CRYPTOASSETS |
|
|