Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
18 มิ.ย. 2025 เวลา 16:32

เว้นภาษีกำไรคริปโทฯ เปิดมุมมองจากผู้บริหาร ชี้! จุดเปลี่ยนตลาดไทยสู่ฮับภูมิภาค

เว้นภาษีกำไรคริปโทฯ เปิดมุมมองจากผู้บริหาร ชี้! จุดเปลี่ยนตลาดไทยสู่ฮับภูมิภาค

Share

twitter icon
line icon
 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มิ.ย. 68 16:32 น.

 

ก้าวใหญ่ของวงการ! เปิดมุมมองผู้เล่นในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล หลังรัฐไฟเขียวเว้นภาษีกำไรจากการเทรดคริปโทฯ 5 ปี! นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดในประเทศไทย หนุนขึ้นแท่นฮับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับภูมิภาค! 

สื่อนอกตีข่าวไทยเว้นภาษีคริปโทฯ กันอย่างคึกคัก ขณะที่นักลงทุนคริปโทฯ ในไทยมีการแชร์โพสต์ข่าวนี้ออกไปเป็นจำนวนมากในช่วงเย็นวานนี้ เนื่องจากเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทย บางส่วนมองว่าเป็นข่าวดี แต่ก็ไม่วายจะหยอดมุกเล็กน้อยว่าอันดับแรก นักลงทุนในตลาดคริปโทฯ ต้องมีกำไรก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ปัดฝุ่นแอปเทรด ไทยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล 

บทความนี้ เราจะไปสำรวจมุมมองของผู้บริหารในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยว่า การเว้นภาษีดังกล่าวจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดในไทยมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของนักลงทุนไทย รูปแบบการให้บริการของกระดานเทรด รวมทั้งการผลักดันสิ่งใหม่ๆ ในอนาคตของอุตสาหกรรมนี้     

 

***ครม.อนุมัติ เทรดคริปโทฯ ได้กำไร ไม่ต้องเสียภาษี 5 ปี!

วานนี้ (17 มิ.ย.) คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมไทยสู่ “ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของโลก” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกำไรจากการขายคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เป็นมาตรการชั่วคราว 5 ปี  เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2572   

ทั้งนี้ เพื่อให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ปกติเมื่อนักลงทุนได้รับกำไรจากการขายหุ้นออกไปในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมา หรือ Capital Gains นักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับ Capital Gains 

นอกจากนี้ ก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทย มีความสามารถในการแข่งขันเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub)

 

***เสีย 100 ล้าน ได้กลับมา 1,000 ล้าน

กระทรวงการคลัง ได้รายงานประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละประมาณ 20 ล้านบาท (รวมระยะเวลามาตรการ 5 ปี จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 100 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มาก แต่จะมีรายได้ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นในระยะปานกลาง จากการเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจเกี่ยวเนื่องในประเทศไทยรวมกันไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท

 

***ปิดทางตลาดใต้ดินอย่างชาญฉลาด 

เว้นภาษีคริปโทฯ ไม่ใช่เปิดช่องฟอกเงิน แต่คือการปิดทางตลาดใต้ดินอย่างชาญฉลาด 

นายสกลกรย์ สระกวี ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด โพสต์เฟซบุ๊กว่า นับเป็นข่าวดีที่สร้าง “ประวัติศาสตร์วงการคริปโทฯ ไทย” ที่นอกเหนือจากการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาคแล้ว สิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าคือการยกระดับความโปร่งใสของสังคมไทย

เขากล่าวว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์ว่ารัฐกำลังเปิดช่องให้ฟอกเงิน แต่ความจริงกลับตรงข้าม เพราะมาตรการนี้คือ "การสร้างระบบนิเวศที่โปร่งใส และปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพอย่างชาญฉลาด"

"ตลอด 7 ปีที่ Bitkub เดินหน้าสื่อสารกับภาครัฐ เราชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคใหญ่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโทฯ คือตลาดใต้ดินหรือระบบ P2P ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้มีความพยายามควบคุม แต่ช่องทางออนไลน์และกลุ่ม Social ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยง ปิดกั้นได้ยาก"

ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดใต้ดินเติบโตคือความกังวลเรื่องภาษี ทำให้ปริมาณการซื้อขายนอกระบบพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้ เราสามารถยืนยันได้ว่าสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายคริปโทฯ ด้วยเจตนาสุจริต ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องหันไปใช้ตลาดใต้ดินอีกต่อไป” 

ดังนั้น การซื้อขายที่ยังคงดำเนินการนอกระบบหลังจากนี้ จึงน่าจะเป็นธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์น่าสงสัยอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จะสามารถสกัดกั้นธุรกรรมการเงินของเหล่ามิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า ขอบคุณรัฐบาลไทยและกระทรวงการคลังที่รับฟังเสียงของตัวแทนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่สำคัญในการส่งเสริมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตขึ้น และผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับภูมิภาค 

 

***เปิดประตูดึงเงินกลับไทย หนุนอุตสาหกรรมโตทั้งระบบ

CEO เมอร์เคิลฯ ชี้ เม็ดเงินที่เคยไหลออกเพราะภาษี กำลังจะไหลกลับเข้า Exchange ไทย พร้อมหนุนอุตสาหกรรมโตทั้งระบบ

นายพีระสิทธิ์ จิวะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด เชื่อว่าการเว้นภาษีคริปโทฯ  เป็นมาตรการสำคัญที่ปลดล็อกความกังวล และเปิดประตูให้เงินลงทุนกับ exchange นอกประเทศ ไหลกลับอยู่ใน ecosystem ของไทยที่ผ่านมาเชื่อว่า เงินที่เทรดอยู่นอกประเทศเพราะกังวลเรื่องภาษี มีมากกว่าเงินที่ลงทุนในประเทศหลายเท่า

เมื่อมาตรการนี้ มีผลบังคับใช้น่าจะสามารถดึงเงินของนักลงทุนไทยกลับเข้ามาสู่ระบบในประเทศได้มากนั่นหมายถึงนักลงทุนไทย จะกลับมาซื้อขายคริปโทฯ ในประเทศอย่างสบายใจ และมั่นใจ ทั้งนี้น่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และจะมากขึ้นเรื่อยๆ

“ผมมั่นใจว่า ผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลรู้สึกยินดี และขอบคุณทางภาครัฐ ที่ออกมาตรการนี้มาช่วยอุตสาหกรรมของเรานี่คือ สัญญาณสำคัญจากภาครัฐ ที่แสดงความชัดเจน และถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย” นายพีระสิทธิ์ กล่าว

พร้อมกล่าวเสริมว่า นอกจากจะเป็นการดึงเงินลงทุนกลับประเทศแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากปริมาณธุรกิจที่จะเพิ่มสูงขึ้นและจะสามารถพัฒนาระบบ, product, บริการที่ดีมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน รวมถึงการสร้างกำไรที่จะมาช่วยในด้านภาษีกลับคืนไปให้แก่ภาครัฐด้วย

 

***ไม่ได้แค่เพิ่มวอลุ่มเทรด แต่คือจุดเริ่มต้นของ Web3 Economy ไทย

Bitazza Thailand มองเกมไกล ดึงทุนกลับประเทศ หนุนสตาร์ตอัป–ขยายการใช้จริง–ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางคริปโทฯ ระดับภูมิภาค

นายธนวัต สุตันติวรคุณ​ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด หรือ Bitazza Thailand มองว่าการเว้นภาษีจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ลงทุนหันมาใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศมากขึ้นอย่างมั่นใจ ช่วยลดการไหลออกไปยังกระดานต่างประเทศหรือแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการกำกับ ปริมาณการเทรดและความถี่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​เมื่อการเทรดในแพลตฟอร์ม​ต่างประเทศ​ นักเทรดยังคงเสี่ยงเสียภาษี​รายได้​ส่วนบุคคล​ เมื่อนำรายได้​กลับเข้ามาในบัญชี​ธนาคาร​ในประเทศ​ไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะเครื่องมือการลงทุนหลักในประเทศไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และให้มีสถานะเดียวกับการเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

"แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการและภาครัฐก็ต้องเตรียมรับมือกับแรงต้านจากตลาดการเงินแบบดั้งเดิมที่อาจมองว่านโยบายนี้เป็นการเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม"  นายธนวัต กล่าว

นอกเหนือจากการเพิ่มวอลุ่มเทรดแล้ว สิ่งสำคัญคือ การยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย กฎหมายนี้ถือเป็นสัญญาณจากภาครัฐที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการสนับสนุน Web3 economy อย่างจริงจัง และบ่งบอกถึงความพร้อมมากขึ้นที่จะเป็น Web 3.0 Hub ในระดับภูมิภาค

ผลพลอยได้ที่สำคัญคือ การดึงดูดสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาเปิดกิจการในไทยและดึงดูดประชากรคุณภาพมาอยู่ที่นี่ทั้งระยะสั้นและยาว ปัจจัยนี้ที่จะช่วยยกระดับประเทศและพัฒนาภาพลักษณ์และชื่อเสียง เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าไทยเป็นศูนย์กลางคริปโทฯ ระดับภูมิภาค ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมบนบล็อกเชน เพิ่มโอกาสในการใช้เหรียญและโทเคนในเชิงเศรษฐกิจจริง เช่น การชำระค่าสินค้าหรือบริการ กระตุ้นการสร้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเงิน

นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบเศรษฐกิจประเทศมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้น GDP ผ่านการใช้จ่ายในประเทศ และก่อรายได้ภาษีทางอ้อมจากภาคเอกชน อาทิ เช่น VAT, ค่าธรรมเนียม และภาษีนิติบุคคล

ทั้งนี้ หากนโยบายเว้นภาษีมีผลบังคับใช้จริง กระดานเทรดไทยจะมีแรงขับเคลื่อนให้ขยายบริการไปไกลกว่าการเป็นแค่ “ศูนย์กลางซื้อขาย” เช่น การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ เช่น staking, DeFi integrations, Derivatives, investment tokens หรือการจัดพอร์ตแบบ automated การให้บริการด้านการศึกษาและการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

รวมทั้งการร่วมมือกับภาคเอกชนและรัฐเพื่อใช้เหรียญในระบบจริง เช่น utility tokens หรือ loyalty programs นอกจากนี้ ยังอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของ B2B solutions ที่ใช้ Web3 technology เช่น ระบบสะสมแต้มบนบล็อกเชน หรือระบบ smart contract สำหรับภาคธุรกิจอีกด้วย

 

***ดันโครงสร้างพื้นฐานไทย พร้อมรองรับทุนต่างชาติ

จุดเริ่มต้นของ ‘ระบบที่ยั่งยืน’ สำหรับนักลงทุนไทย”  Orbix Trade มองลดต้นทุน-เพิ่มความมั่นใจ ดันโครงสร้างพื้นฐานไทยพร้อมรองรับทุนต่างชาติ

นายสรัล ศิริพันธ์โนน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด กล่าวว่า การเว้นภาษีคริปโทฯ จะส่งผลต่อพฤติกรรมนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่เคยลังเลใจจากภาระภาษีหรือเคยซื้อขายอยู่ในตลาดต่างประเทศ การลดความซับซ้อนและต้นทุนในการเทรด จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวในตลาดภายในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของนักลงทุน

สิ่งสำคัญที่ยิ่งไปกว่าการกระตุ้นวอลุ่มเทรดในประเทศคือการสร้าง “ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน” ให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ความชัดเจนของกฎหมายทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการและภาคการเงินดั้งเดิมได้ง่ายขึ้น และการดึงดูดผู้เล่นระดับสถาบันให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และจะเป็นจุดเริ่มของการสร้าง Ecosystem ที่มีความยั่งยืนและมีการควบคุมความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้นในประเทศไทย

นายสรัล กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายการยกเว้นภาษีจะเปิดโอกาสให้กระดานเทรดไทยและผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุนเพื่อยกระดับแพลตฟอร์มและการให้บริการ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย (Security) เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน และด้านนวัตกรรม (Innovation) เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุน

“อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตการให้บริการ เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มหลั่งไหลเข้ามา รวมถึงการเติบโตสู่ระดับภูมิภาคในอนาคต” นายสรัล กล่าว 

 

***จุดเปลี่ยนประเทศไทย! มีลุ้นแซงสิงคโปร์–ฮ่องกง 

CEO Maxbit มั่นใจ ปริมาณการเทรดสปอตในประเทศพุ่ง เครื่องมือระดับสถาบันเริ่มทยอยเข้า

นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) เชื่อว่าการเว้นภาษีเทรดคริปโทฯ จะผลักดันให้ตลาดคริปโทฯ ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว การเทรดสปอตแบบปลอดภาษีจะช่วยขยายขนาดตลาดเป็นสองเท่า ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ด้วยมาตรการยกเว้นภาษีคริปโทฯ 5 ปี ที่ลดต้นทุนได้สูงถึง 35% นักลงทุนไทยจะเลิกใช้บริการ on-ramp จากเงินบาทเป็น USDT เพื่อลงทุนบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ แล้วหันมาเทรดสปอตบนแพลตฟอร์มไทยที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. กันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการเทรดในประเทศพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การยกเว้นภาษีคริปโทฯ ครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางคริปโทฯ อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แซงหน้าสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะนอกจากจะเพิ่มปริมาณการเทรดแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมบล็อกเชน และช่วยผลักดันการพัฒนากฎหมาย เช่น การเปิดตลาดฟิวเจอร์สในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ระบบนิเวศคริปโทฯ ในไทยแข็งแกร่งและก้าวหน้าขึ้นมาก

“ถ้าอนาคตฟิวเจอร์สคริปโทฯ โดนปลดล็อก ไทยอาจจะแซงสิงคโปร์และฮ่องกง รอบนี้ต้องจับตา” นายปกเขตร กล่าว

ทั้งนี้ จากมาตรการดังกล่าวจะทำให้รูปแบบการให้บริการของกระดานเทรดไทยพัฒนาไปสู่การเป็นยักษ์ใหญ่คริปโทฯ ได้อย่างเต็มรูปแบบ แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจะไม่เพียงแค่ให้บริการ on-ramp THB เป็น USDT เท่านั้น แต่จะขยายสู่ระบบนิเวศเทรดคริปโทฯ เต็มรูปแบบ เหมือนกับที่ Maxbit ได้เริ่มนำเสนอเครื่องมืออย่าง DCA และ Grid Trading เพื่อช่วยนักลงทุนควบคุมความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น

“คาดว่าคู่เทรดจะเพิ่มขึ้น เครื่องมือระดับสถาบันจะเข้ามามากขึ้น รวมถึงสินทรัพย์ใหม่ๆ ที่ถูกแปลงเป็นโทเคน จะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐาน ก.ล.ต.อย่างเข้มงวด” 

 

***ช่วยให้นักลงทุนมั่นใจ กลับมาใช้แพลตฟอร์มไทย

Upbit Thailand มองมาตรการนี้คือเครื่องมือฟื้นความเชื่อมั่น พร้อมดึงวอลุ่มต่างชาติไหลเข้ากระดานไทยช่วงประเทศอื่นเริ่มเก็บภาษี

นายปรีชา ไพรภัทรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่ามาตรการเว้นภาษีกำไรจากคริปโทฯ จะช่วยให้นักลงทุนรู้สึกมั่นใจและกล้าทำตามกฎหมายมากขึ้น

“เดิมทีเกณฑ์กฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาปฏิบัติจริง หลายคนไม่ยื่นภาษี เพราะกลไกการตรวจสอบ และระบบส่งข้อมูลยังไม่เชื่อมกันดีนัก การเว้นภาษีแบบนี้จะทำให้นักลงทุนในไทยสบายใจมากขึ้น” นายปรีชา กล่าว

ทั้งนี้ นายปรีชาระบุว่า มาตรการนี้อาจดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาใช้กระดานเทรดในไทย โดยเฉพาะในช่วงที่บางประเทศอย่างอินโดนีเซียเริ่มเก็บภาษี จนวอลุ่มการเทรดลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนหนึ่งของวอลุ่มนั้นอาจไหลเข้ามาที่กระดานเทรดในไทย

ในมุมของผู้ให้บริการมองว่ารูปแบบการให้บริการของกระดานเทรดยังคงเหมือนเดิม แต่คาดว่าจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การแข่งขันสูงขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ ผู้บริหาร Upbit Thailand ยังกล่าวว่า อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลต้องร่วมมือกันในการป้องกันไม่ให้เกิดธุรกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว

 

***ลดความซับซ้อน ดึงเงินลงทุนกลับเข้าประเทศ

Binance TH มองมาตรการนี้ไม่แค่กระตุ้นการเทรด แต่ยังช่วยขับเคลื่อนสตาร์ตอัป–สร้างงานในประเทศ

ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Binance TH มองว่า มาตรการเว้นภาษีกำไรจากการเทรดคริปโท จะช่วยลดความยุ่งยากในการยื่นภาษี และช่วยให้นักลงทุนกลับมาใช้กระดานเทรดไทยเพิ่มมากขึ้น

โดย ดร.กร กล่าวว่า พอนักลงทุนกลับมาใช้งานกระดานเทรดในไทยมากขึ้น ก็จะส่งผลให้เงินทุนไหลกลับ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตตาม

ทั้งนี้ ผู้บริหาร Binance TH ระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยให้นักลงทุนต่างชาติมองว่าไทยเปิดกว้างต่อคริปโทฯ มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นการลงทุน แต่ยังส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม ทั้งการจ้างงานในประเทศและการเติบโตของสตาร์ตอัปสายบล็อกเชนด้วย

"นี่คือก้าวสำคัญของประเทศไทยในการส่งเสริม Digital Asset Hub อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเห็นถึงความจริงจังของรัฐในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล" ดร.กร กล่าวบนเฟซบุ๊กส่วนตัว 

 

***เปลี่ยนพฤติกรรมได้ แต่ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนใหญ่

สมาคมฯ มองมาตรการนี้กระตุ้นตลาดช่วงแรก แต่อุตสาหกรรมไทยจะโตจริง ต้องปลดล็อกผลิตภัณฑ์ลงทุนอย่าง Futures และ Options

นายนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย มองว่า มาตรการเว้นภาษีกำไรจากคริปโทฯ จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการดึงนักลงทุนให้กลับมาใช้กระดานเทรดในประเทศบ้าง “แต่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

“มันเปลี่ยนพฤติกรรมได้ประมาณนึง อาจจะกลับมาใช้เอ็กซ์เช้นจ์ไทยได้ประมาณนึง แต่ก็ไม่มาก” นายนเรศ กล่าว

เขาชี้ว่า มาตรการนี้อาจสร้างแรงกระตุ้นในช่วงแรก แต่น่าจะมีผลกับนักลงทุนสถาบันหรือภาคธุรกิจ มากกว่านักลงทุนรายย่อย

“หลักๆ คือสร้างความตื่นเต้นได้ในช่วงแรก แต่สำหรับรายย่อย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือกระตุ้นอะไรขนาดนั้น บริษัทในไทยปัจจุบันก็สนใจ ซึ่งภาษีก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” นายนเรศ เสริม

ในแง่ของผู้ให้บริการ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลคาดว่า กระดานเทรดไทยน่าจะยังคงรูปแบบเดิม อาจมีการจัดแคมเปญชั่วคราวเพื่อสร้างกระแส แต่ในระยะสั้นยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในเรื่องของผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ยังมีข้อจำกัด

นายนเรศ กล่าวว่า หากภาครัฐจะสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง ควรเปิดทางให้มีโพรดักส์อย่างเช่น ฟิวเจอร์ส หรือออปชัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสและช่องทางการลงทุนให้นักลงทุนมากขึ้น

 

 

 

รายงานโดย : สหรัฐ ฉัตราพงษ์ และชัชชญา อังคุลี เรียบเรียงโดย ชัชชญา อังคุลี 

 


* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน





เรียบเรียง
Chatchaya Angkhulee
อีเมล : chatchaya@efinancethai.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวคริปโตคริปโตคริปโทสกุลเงินดิจิตอลบล็อกเชนสินทรัพย์ดิจิทัลโทเคนบิตคอยน์บิทคอยน์เงินดิจิตอลBitcoinBTCEthereumETHEtherCryptoBlockchainAIWeb3เว้นภาษีคริปโต

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้