สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 3 ส.ค.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 9.60 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 9.50 | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 8.60 | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 8.50 | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ถือ | 8.00 | บล.เคจีไอ | ถือ | 8.00 | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ถือ | 8.00 | บล.ทิสโก้ | ถือ | 7.10 |
สรุปปัจจัยบวก +
+ ผลงาน 2Q69 ฟื้นตัวพลิกกลับมามีกำไร QoQ : คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในงวด 2Q69 อยู่ในกรอบ 85 - 109 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ค่าการตลาด (มาร์จิ้น) น้ำมันฟื้นตัวแข็งแกร่ง : ได้แรงหนุนจากการปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการให้สะท้อนต้นทุนได้รวดเร็วขึ้นตามนโยบายภาครัฐ โดยคาดกำไรขั้นต้น/ค่าการตลาดน้ำมันฟื้นขึ้นมาอยู่ในกรอบ 1.77 - 1.82 บาท/ลิตร (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ธุรกิจ Non-oil ยังคงเติบโตต่อเนื่อง : ได้ปัจจัยหนุนจากการขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทย (เพิ่มขึ้นเป็น 2,468 สาขา) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-oil เติบโตราว 30% YoY รวมถึงยอดขายรวม Non-oil คาดโต +20% YoY (บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ลิเบอเรเตอร์) + แนวโน้มช่วง 2H69 ฟื้นตัวต่อ : ได้อานิสงส์จากปริมาณยอดขายน้ำมันที่เริ่มกลับมา เข้าสู่ช่วง High Season ของภาคเกษตรและการเดินทางใน 4Q69 ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนได้ดีขึ้น และไม่มีอุปสงค์ถูกเร่งใช้ล่วงหน้า (Front-load Demand) มากดดันเหมือนช่วงต้นปี (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส) + การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ : มีแผนควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพื่อลดอัตราส่วน SG&A-to-revenue ลงอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + ผลกระทบ Stock Loss ต่ำ : ระยะเวลาการถือครองสต็อกน้ำมันที่สั้นกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน ทำให้รับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันน้อยกว่า (บล.ลิเบอเรเตอร์) + ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทรงตัวถึงดีขึ้น : ได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจกลุ่มปาล์มคอมเพล็กซ์ (บล.ลิเบอเรเตอร์) + มูลค่าหุ้นน่าสนใจ : ราคาหุ้นปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ ปรับลงสะท้อนผลงานที่อ่อนแอไปมากแล้ว และต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม เหมาะสำหรับการทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส, บล.ลิเบอเรเตอร์) สรุปปัจจัยลบ - - กำไรสุทธิ 2Q69 ยังคงลดลงแรง YoY : แม้จะฟื้นตัว QoQ แต่กำไรสุทธิยังคงหดตัวลง 65% - 71% YoY จากฐานที่สูงในปีก่อน (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) - ปริมาณขายน้ำมันอ่อนตัวลง : ปริมาณขายน้ำมันใน 2Q69 ลดลงราว 15% - 18% YoY (อยู่ที่ระดับประมาณ 1,445 - 1,450 ล้านลิตร) เนื่องจากการเร่งใช้น้ำมันล่วงหน้าไปในเดือน มี.ค., ราคาน้ำมันขายปลีกที่ทรงตัวสูง และการเดินทางช่วงสงกรานต์ซบเซากว่าปกติ (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) - กำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-oil และบริการชะลอตัว QoQ : คาดกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-oil ลดลงเล็กน้อย 1% - 2% QoQ จากการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเชิงรุกของ Max Mart และปริมาณผู้ใช้บริการในสถานีลดลง ซึ่งกระทบต่อ Maxnitron Lube Change (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ) - ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวสูงขึ้น : ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าเพิ่มขึ้นราว 12% YoY ตามการเปิดสาขาใหม่ของกาแฟพันธุ์ไทยที่ทำให้มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์) - นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 - 2570 ลง : โบรกเกอร์หลายแห่งปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลงเหลือช่วง 404.6 - 608 ล้านบาท และปี 2570 เหลือช่วง 1.0 - 1.2 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนปริมาณขายน้ำมันที่ต่ำกว่าคาดและค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) - ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐและความผันผวนของราคาน้ำมัน : ยังต้องติดตามความเสี่ยงหากภาครัฐปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันซึ่งอาจสร้าง Stock Loss ระยะสั้น รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจากสถานการณ์สงคราม (บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |