AIS ผนึกความร่วมมือ GULF และ สวพส. ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ผ่านโครงการ “Green Energy Green Network for THAIs” นำร่อง 2 พื้นที่ห่างไกล ที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 5 แห่งในปีนี้ และ ในอีก 3 ปี เพิ่มเป็น 50-60 แห่ง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS พร้อมด้วย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงบริการโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ร่วมกันส่งมอบพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ที่ผลิตโดยพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ให้แก่ชุมชน พร้อมติดตั้งสถานีฐานโดยใช้แหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์เชื่อมต่อระบบเครือข่ายสัญญาณดิจิทัลสำหรับชุมชน ผ่านโครงการ Green Energy Green Network for THAIs นำร่อง 2 พื้นที่ห่างไกล ชุมชนบ้านดอกไม้สด และ ชุมชนมอโก้โพคี ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS เปิดเผยว่า โครงการอย่าง Digital for THAIs ที่จะนำประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยให้คนไทยมีความสะดวกสบายมากขึ้น ที่ผ่านมา AIS ใช้เงินลงทุนกว่าล้านล้านบาท เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแรง ซึ่งปัจจุบันมีโครงข่ายโทรศัพท์มือถือที่ครอบคลุม 98% ของประชากร โดยมีเครือข่าย 5G ครอบคลุมมากกว่า 90% ของประชากร และ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านครอบคลุม 13 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 20 ล้านครัวเรือนในไทย ส่วนความร่วมมือกับ GULF และ สวพส. เพื่อสร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยใช้เทคโนโลยี และ แหล่งพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์มาใช้ในการบริหารจัดการระบบสื่อสารเพื่อส่งมอบโครงข่ายดิจิทัลไปยังชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย และ ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถติดต่อสื่อสารได้ นอกจากนี้จะร่วมกับพันธมิตร ติดตามความเปลี่ยนแปลงในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่องผ่านการทำ Social Impact Assessment หรือ ประเมินผลลัพธ์ทางสังคมต่อประโยชน์ของโครงการนี้ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในมิติต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ชุมชนจะได้รับการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับบริบท และ ภูมิปัญญาของชุมชน เบื้องต้นจากความร่วมมือในครั้งนี้ในช่วงแรกจะเข้าไปยัง 30 ชุมชนก่อนในการติดตั้งสถานีฐาน และตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 5 แห่งในปีนี้ และ ในอีก 3 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 50-60 แห่ง ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการเข้าไปลงทุนติดตั้งสถานีฐานในแต่ละแห่งจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ล้านบาท โดยนับเฉพาะในส่วนของการตั้งเสา และ พลังงานสะอาดอย่างแผงโซลาร์เซลล์ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งสัญญาณเข้าไป ซึ่ง AIS พร้อมที่จะลงทุนในส่วนนี้ โครงการ Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย จะเป็นต้นแบบสำคัญของภาคธุรกิจไทยในการนำศักยภาพขององค์กรมาสร้างประโยชน์ที่จะช่วยดูแลด้านสิทธิมนุษยชน แก้ปัญหาทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทั้งองค์ความรู้ใหม่ๆ และ บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่จะนำมาสู่การเติบโตร่วมกันของผู้คน ชุมชน เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน นางสาวธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ GULF เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดจากการที่ GULF และ GULF1 บริษัทในเครือนำร่องติดตั้งชุดอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ทุรกันดารตั้งแต่ปี 2566 ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ บ้านห้วยน้ำไซ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก , เกาะทุ่งนางดำ อ.คุระบุรี จ.พังงา และ บ้านดอกไม้สด อ.ท่าสองยาง จ.ตาก รวมถึงมีทีมวิศวกรจาก GULF1 ให้ความรู้ด้านการบำรุงรักษา และ วิธีการใช้งานชุดอุปกรณ์โซลาร์เซลล์แก่ชุมชน เพื่อให้สามารถใช้งานระบบโซลาร์ได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ลงพื้นที่จริง และ พูดคุยกับชุมชนถึงปัญหาในการสื่อสารกับคนภายนอกพื้นที่ จึงเล็งเห็นการต่อยอดโครงการโดยการชักชวนพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง AIS เพื่อผนึกกำลังขยายสัญญาณสื่อสาร มอบโอกาสในการเข้าถึงพลังงาน และ เทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และ การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข รวมถึงสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ GULF ในการขับเคลื่อนให้สังคมมุ่งสู่อนาคตคาร์บอนต่ำผ่านการใช้พลังงานสะอาดอีกด้วย โดยในปีนี้ทาง GULF ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ดอยมอโก้โพคี อ.ท่าสองยาง จ.ตาก , บ้านแม่ตอละ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และ บ้านผีปานเหนือ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ สำหรับพื้นที่ดอยมอโก้โพคีนั้น เดิมชาวบ้านมอโก้โพคีประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดเป็นหลัก ทำให้มีการทำลายป่าเป็นวงกว้าง และ ยังทำลายสุขภาพผู้ปลูกเนื่องจากการใช้สารเคมี นอกจากนั้น การเผาในฤดูเก็บเกี่ยวยังก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย |