สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 19 ต.ค. 69
ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 27.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 23.50 | บล.พาย | ซื้อ | 23.00 | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 23.00 |
สรุปปัจจัยบวก +
+ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ประเมินไว้ในกรอบ 4,511 - 4,660 ล้านบาท เติบโต 4.4% - 8% YoY และ 38.7% - 46% QoQ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + คาดรายได้ไตรมาส 3/69 เติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประเมินไว้ที่ระดับ 29,300 - 29,997 ล้านบาท หนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น การระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + จำนวนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มชาวตะวันออกกลาง อเมริกา และเมียนมา (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย, บล.เคจีไอ) + สัดส่วนการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น (Revenue intensity) หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ 35.2% - 37.1% (บล.พาย, บล.เคจีไอ) + มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ในไตรมาส 3/69 จะลดลงมาอยู่ที่ 20.5% (บล.เคจีไอ) + แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/69 คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากการได้รับแรงหนุนของการประหยัดต่อขนาด (Operating Leverage) และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-off expenses) เข้ามากดดันเหมือนในไตรมาส 4/68 ที่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ราว 339 - 416 ล้านบาท (บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + มีปัจจัยหนุนการเติบโตระยะยาวจากการขยายโรงพยาบาลสาขาใหม่ (มาบตาพุด, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี) และธุรกิจ Wellness ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ขึ้นเป็น 20% ในปี 2578 (จาก 12% ในปี 2568) (บล.พาย, บล.เคจีไอ) + มีโอกาสได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลของกลุ่มประกันสังคมในไตรมาส 4/69 ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 3% (บล.พาย) สรุปปัจจัยลบ - - ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ส่งผลให้ผู้ป่วยบางส่วนต้องเลื่อนการนัดหมายออกไป ทำให้รายได้ช่วงปลายไตรมาส 3/69 เติบโตชะลอลง (บล.พาย, บล.เคจีไอ) - แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/69 คาดว่าจะหดตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล (บล.พาย, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - มีความเสี่ยงจากโอกาสการเกิดโรคระบาดใหม่ ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่ และเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ (บล.เคจีไอ) |