สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 23 ก.ค.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 38.00 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 38.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 36.00 | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 36.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 36.00 | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 35.00 | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 34.00 | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 34.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | - | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 30.25 |
สรุปปัจจัยบวก +
+ ผลประกอบการ 2Q26/2Q69 เติบโตโดดเด่นมากกว่าคาด : กำไรสุทธิอยู่ที่ราว 2,300 - 2,304 ล้านบาท (+128% YoY, +47% QoQ) ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส หนุนโดยปริมาณขายที่ฟื้นตัวในไทยและอาเซียน การปรับขึ้นราคาขายตามต้นทุน และมาร์จิ้นธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ลิเบอเรเตอร์) + ธุรกิจ Fajar พลิกฟื้นกลับมามีกำไร : สามารถพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้สำเร็จในรอบหลายไตรมาส (107 พันล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 199 - 205 ล้านบาท) จากการปรับโครงสร้างต้นทุน การลดความรุนแรงด้านราคาในอินโดนีเซีย ปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวดีขึ้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ลิเบอเรเตอร์) + ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล : จ่ายปันผล 0.40 บาท/หุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 ส.ค. 2026/2569) (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ) + ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนและการปรับขึ้นราคาขาย : SCGP สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับมาร์จิ้น รวมถึง spread ของ testliner-RCP ที่ยังเอื้อต่อการหนุนกำไร (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + งบการเงินแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการทำ M&A : มีระดับ Net IBD/E ต่ำ (2.1 เท่า) ทำให้ยังมีขีดความสามารถในการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์และการเพิ่ม Downstream Integration ในอินโดนีเซีย (บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้) + ธุรกิจ Fibrous Chain ฟื้นตัว : พลิกกลับมาทำกำไรได้จากการปรับขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ ปริมาณส่งออกที่ดีขึ้น และไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงเหมือนไตรมาสก่อน (บล.เอเซีย พลัส, บล.ลิเบอเรเตอร์) + คาดการณ์ผลงาน 3Q26 ยังเติบโต YoY : แม้เข้าสู่ Low season แต่ยังได้แรงหนุนจากการเตรียมสต็อกสินค้าล่วงหน้ารับเทศกาลปลายปีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส) สรุปปัจจัยลบ -
- แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26/3Q69 ชะลอตัวลง QoQ: คาดว่ากำไรจะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season ฤดูฝนในไทย และปัจจัยด้านฤดูกาลของธุรกิจ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) - แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น : ต้นทุนกระดาษรีไซเคิล (RCP) และต้นทุนถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานมากขึ้นในไตรมาส 3 (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ) - ความผันผวนและความเสี่ยงภายนอก : ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งอาจกดดันอุปสงค์, ความขัดแย้งทาง геополитика (เช่น สถานการณ์อิหร่าน/สงคราม) ที่กระทบต้นทุนพลังงาน และความเสี่ยงจากการด้อยค่าของดีล M&A (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |